บริษัท Meta กำลังพิจารณาที่จะปิดบริการโซเชียลมีเดียในรัฐนิวเม็กซิโก สืบเนื่องจากการที่อัยการรัฐต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงพื้นฐานในแพลตฟอร์มของบริษัท เพื่อปกป้องสุขภาพจิตและความปลอดภัยของเด็ก
โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการพิจารณาคดีในข้อกล่าวหาว่า Meta ก่อให้เกิดความเดือดร้อนแก่สาธารณะ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ 2 ของคดีที่ส่งผลให้ Meta ถูกเรียกปรับสูงถึง 375 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการที่คณะลูกขุนตัดสินว่า Meta จงใจทำร้ายสุขภาพจิตของเด็กและปกปิดสิ่งที่ตนรู้เกี่ยวกับการแสวงประโยชน์ทางเพศจากเด็กบนแพลตฟอร์มของตน
อัยการขอให้ศาลสั่งให้ Meta ทำการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างเกี่ยวกับบัญชีผู้ใช้เด็กบนโซเชียลมีเดีย เพื่อควบคุมลักษณะที่ทำให้เสพติดสื่อ เพิ่มการตรวจสอบอายุและป้องกันการแสวงประโยชน์ทางเพศจากเด็กผ่านการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวเริ่มต้นและการกำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้น
ผู้บริหารของ Meta ย้ำว่า บริษัทมุ่งมั่นที่จะปรับปรุงความปลอดภัยของเด็กอย่างต่อเนื่องและแก้ไขปัญหาการใช้โซเชียลมีเดียอย่างไม่เหมาะสม แต่ในเอกสารที่ยื่นต่อศาล Meta ระบุว่า เป็นไปไม่ได้ที่บริษัทจะสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้ถึงระดับร้อยละ 99 ว่าผู้ใช้งานที่เป็นเด็กมีอายุอย่างน้อย 13 ปีหรือไม่ รวมถึงข้อเรียกร้องอื่นๆ ด้วย โดยมีความเห็นว่า ในทางปฏิบัติ ข้อกำหนดนี้คือการบังคับให้ Meta ต้องปิดบริการทั้งหมดสำหรับผู้ใช้ทุกคนในรัฐนิวเม็กซิโก ครอบคลุมประชากร 2.1 ล้านคน ซึ่งนอกจากจะเป็นการปิดการให้บริการ Facebook Instagram และ WhatsApp ยังส่งผลกระทบต่อการใช้งานเพื่อการโฆษณาเชิงพาณิชย์
เมื่อเดือนมีนาคม คณะลูกขุนในลอสแอนเจลิสตัดสินว่าทั้ง Meta และ YouTube มีความรับผิดชอบต่ออันตรายที่เกิดขึ้นกับเด็กที่ใช้บริการของพวกเขา ซึ่งเป็นการยืนยันข้อกังวลที่มีมายาวนานเกี่ยวกับอันตรายของสื่อสังคมออนไลน์
ส่วนคดีของรัฐนิวเม็กซิโกที่ฟ้องร้องบริษัท Meta เป็นคดีแรกที่เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีในศาล จากทั้งหมดกว่า 40 คดีที่อัยการรัฐยื่นฟ้องบริษัทในข้อกล่าวหาว่ามีส่วนทำให้เกิดวิกฤตสุขภาพจิตในกลุ่มเยาวชน โดยส่วนใหญ่กำลังดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายในศาลรัฐบาลกลางของสหรัฐฯ
...
#Meta
#รัฐนิวเม็กซิโก
ข่าวทั้งหมด