นายกฯ ลงพท.เชียงใหม่ สั่ง'Single Command'ผู้ว่าฯ คุมไฟป่า-ฝุ่น PM2.5 เร่งแก้ไขครบวงจร ดูแลประชาชนเต็มที่

20 เมษายน 2569, 19:52น.


          นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกรัฐบาล เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันอย่างใกล้ชิด โดยนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมที่กองพลทหารราบที่ 7 อำเภอแม่ริม และลงพื้นที่ตรวจการปฏิบัติงาน พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ณ บริเวณวัดพระธาตุดอยสะเก็ด อำเภอดอยสะเก็ด



          การลงพื้นที่ในครั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการติดตามและแก้ไขปัญหาไฟป่า ฝุ่น PM2.5 รวมถึงสถานการณ์ภัยแล้งอย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งกำหนดมาตรการเพิ่มเติมและเร่งรัดการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้การดูแลพี่น้องประชาชนเป็นไปอย่างครอบคลุมทุกมิติ และยังสั่งการในที่ประชุมให้การบริหารจัดการเป็นแบบ “Single Command” โดยมอบอำนาจการตัดสินใจให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการในพื้นที่อย่างเบ็ดเสร็จ พร้อมจัดตั้ง War Room และเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา



          นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด โดยผลการประชุมต้องนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลและใช้ศักยภาพของแต่ละหน่วยงานอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งยืนยันว่ารัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณ กำลังคน และทรัพยากรอย่างเต็มที่ เพื่อเร่งคลี่คลายสถานการณ์ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 8 จังหวัด



          ในภาพรวมของสถานการณ์ไฟป่าและฝุ่นควัน ปัจจุบันพบจุดความร้อนในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านสะสมกว่า 500,000 จุด ขณะที่ในประเทศไทย จุดความร้อนส่วนใหญ่ยังคงเกิดในพื้นที่ป่า กว่า 40,989 จุด รองลงมาเป็นพื้นที่เกษตร โดยเฉพาะไร่ข้าวโพดและพื้นที่ไร่หมุนเวียน 2,951 จุด และ พื้นที่เกษตรอื่นๆ 2,109 จุด



           รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกควบคู่กัน ทั้งการรณรงค์ลดการเผาในพื้นที่เกษตร การส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ และการเสริมสร้างศักยภาพเกษตรกร รวมถึงการมีส่วนร่วมของชุมชนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้สถานการณ์ในพื้นที่บางจังหวัดดีขึ้น อย่างเชียงใหม่ จำนวนจุดความร้อนลดลงจากหลักหมื่นจุด เหลือในพื้นที่เกษตรเพียง 26 จุด และในพื้นที่ ส.ป.ก. 225 จุด



            ในส่วนของปัจจัยจากภายนอกประเทศ พบว่าฝุ่น PM2.5 ประมาณร้อยละ 30–40 เป็นฝุ่นข้ามแดน รัฐบาลจึงใช้ทั้งกลไกความร่วมมือในระดับอาเซียนควบคู่กับมาตรการภายในประเทศ โดยเฉพาะการควบคุมการนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ปลอดจากการเผา ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาตรการตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าข้าวโพดลดลงร้อยละ 70 สะท้อนถึงความเข้มงวดของมาตรการและการปรับตัวของผู้นำเข้า



           ด้านสภาพอากาศ ปีนี้มีความแห้งแล้งมากกว่าปกติ ทำให้เกิดไฟป่าได้ง่าย และคาดว่าจะมีปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงกลางปี ซึ่งอาจทำให้ปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย รัฐบาลจึงได้สั่งการให้มีการบริหารจัดการน้ำอย่างใกล้ชิด กำหนดพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งล่วงหน้า และเพิ่มการกักเก็บน้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ โดยปัจจุบันยังไม่พบพื้นที่ขาดแคลนน้ำแต่คาดว่าหลังวันที่ 21 เมษายน สภาพอากาศจะเอื้อต่อการทำฝนหลวงมากขึ้น เนื่องจากค่าความชื้นสัมพัทธ์เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยบรรเทาสถานการณ์ฝุ่นได้ในระยะต่อไป



           ในด้านการดูแลสุขภาพประชาชน นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำให้มีความพร้อมด้านยารักษาโรคทางเดินหายใจอย่างเพียงพอ โดยกระทรวงสาธารณสุขได้เตรียมความพร้อมในสถานพยาบาล ทั้งการจัดตั้งห้องปลอดฝุ่น คลินิกปลอดฝุ่น การให้บริการทางไกล และการแจกหน้ากากป้องกันฝุ่น N95 กว่า 5 ล้านชิ้น เพื่อดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง



           สำหรับสถานการณ์คุณภาพน้ำในพื้นที่ชายแดน จากการตรวจสอบคุณภาพน้ำโดนกรมอนามัยและกรมปศุสัตว์ในแม่น้ำรวก แม่น้ำสาย และแม่น้ำกก ยังไม่พบการปนเปื้อนของสารหนูเกินค่ามาตรฐาน ทั้งนี้ ทางการไทยจะประสานความร่วมมือเพื่อตรวจสอบในพื้นที่ฝั่งประเทศเมียนมา ผ่านกลไกประเทศที่สาม ได้แก่ ญี่ปุ่นและออสเตรเลีย พร้อมทั้งเร่งติดตั้งสถานีตรวจวัดเพิ่มเติมเพื่อเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง



          ทั้งนี้ รัฐบาลจะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และเร่งทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนให้ผ่านสถานการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัย และข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี สรุปสาระมีดังนี้



          ไฟป่า–PM2.5: คุมเข้มกฎหมาย บูรณาการทุกหน่วย ใช้เทคโนโลยี ระดมกำลังดับไฟ ห้ามเผา–ห้ามนำเข้าสินค้าเผา ผู้ว่าฯ ใช้ Single Command ดูแลประชาชนเต็มที่



          •    น้ำท่วม–แล้ง: ปรับแผนรับเอลนีโญ ตั้งศูนย์เฝ้าระวัง บริหารน้ำ–ช่วยเกษตรกรรวดเร็ว



          •    มลพิษน้ำข้ามแดน: เร่งร่วมมือเพื่อนบ้าน ตรวจเข้มสิ่งแวดล้อม–สุขภาพ สื่อสารชัด มีเยียวยา



 



#นายกลงพื้นที่เชียงใหม่



 



Cr:รัฐบาลไทย

ข่าวทั้งหมด

X