ไร้ข้อตกลง! สหรัฐ-อิหร่าน เจรจาล้มเหลว ศึกตะวันออกกลาง

วันนี้, 13:25น.


          เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐ  เปิดเผยว่า คณะผู้แทนเจรจาของสหรัฐฯ กำลังจะเดินทางออกจากประเทศปากีาถาน หลังจากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านได้ ภายหลังการเจรจามาราธอนที่กินเวลายาวนาน 21 ชั่วโมง



          แวนซ์แถลงในวันนี้ว่า ฝ่ายสหรัฐฯ ได้นำเสนอ "ข้อเสนอสุดท้ายที่ดีที่สุด" หลังจากการสื่อสารอย่างต่อเนื่องเกือบตลอดทั้งวัน พร้อมย้ำว่าการหารือเป็นไปอย่าง "สุจริตใจ" แต่ข้อเสนอดังกล่าวยังไม่ได้รับการตอบรับจากฝั่งอิหร่าน



          รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุถึงความล้มเหลวในการหารือครั้งนี้ โดยกล่าวว่าอิหร่านเลือกที่จะไม่ยอมรับเงื่อนไขของสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงการไม่สร้างอาวุธนิวเคลียร์ พร้อมกล่าวเสริมว่า ขณะนี้โรงงานเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ของอิหร่านได้ถูกทำลายลงแล้ว ทำให้จุดพิจารณาสำคัญของการเจรจาเปลี่ยนไปอยู่ที่การผลักดันให้อิหร่านให้คำมั่นสัญญาระยะยาวว่าจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อีก



          คำถามสำคัญในตอนนี้คือ อิหร่านพร้อมที่จะแสดงเจตจำนงอย่างยั่งยืนที่จะละเว้นจากการแสวงหาขีดความสามารถทางนิวเคลียร์หรือไม่ ไม่ใช่แค่ในระยะสั้น แต่ต้องรวมถึงในอีกหลายปีข้างหน้าด้วย





          "ข่าวร้ายคือเรายังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงกันได้ และผมคิดว่านี่เป็นข่าวร้ายสำหรับอิหร่านมากกว่าจะเป็นข่าวร้ายของสหรัฐอเมริกา" แวนซ์กล่าว "ดังนั้นเราจะเดินทางกลับสหรัฐฯ โดยที่ยังไม่มีการบรรลุข้อตกลง เราได้แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนแล้วว่าเส้นแดงของเราอยู่ตรงไหน"



          แวนซ์เผยด้วยว่า เขาได้พูดคุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงหกครั้งตลอดช่วงเวลาของการเจรจา



           ด้านเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ในช่วง 24 ชั่วโมง อิหร่านได้จัดการหารือกับสหรัฐฯ ในมิติต่าง ๆ ของหัวข้อการเจรจาหลัก ซึ่งครอบคลุมถึงประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ ประเด็นนิวเคลียร์ ค่าปฏิกรรมสงคราม การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร การยุติสงครามต่ออิหร่านและในภูมิภาคโดยสมบูรณ์



          โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านย้ำว่า ความสำเร็จของกระบวนการทางการทูตครั้งนี้ขึ้นอยู่กับความจริงจังและความจริงใจของฝ่ายตรงข้าม รวมถึงการละเว้นจากการเรียกร้องที่เกินกว่าเหตุหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย และต้องยอมรับในสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของอิหร่านด้วย



          แหล่งข่าวจากปากีสถานซึ่งเป็นตัวกลางระบุว่า คณะผู้แทนของสหรัฐฯ นำโดยเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี, สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษ และนายจาเรด คุชเนอร์ บุตรเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้หารือกับโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน และอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ เป็นเวลา 2 ชั่วโมงก่อนจะพักการหารือ



          คณะผู้แทนอิหร่านเดินทางมาถึงปากีสถานเมื่อวันศุกร์ในชุดสีดำเพื่อไว้อาลัยแด่อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี อดีตผู้นำสูงสุด และผู้เสียชีวิตคนอื่น ๆ ในสงคราม โดยรัฐบาลอิหร่านระบุว่าทางคณะได้นำรองเท้าและกระเป๋าของนักเรียนที่เสียชีวิตจากการทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ ใส่โรงเรียนที่ตั้งอยู่ติดกับค่ายทหารมาด้วย





          ทั้งนี้ เพนตากอนกล่าวว่าเหตุการณ์การโจมตีดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน แต่สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าพนักงานสอบสวนทางทหารเชื่อว่าสหรัฐฯ น่าจะเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้



          "บรรยากาศในการประชุมมีทั้งความตึงเครียดและผ่อนคลายสลับกันไป อารมณ์ของทั้งสองฝ่ายมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา" แหล่งข่าวจากปากีสถานอีกรายกล่าวถึงการเจรจารอบแรก



          ทั้งนี้ การเจรจาครั้งนี้ถือเป็นการพบปะกันโดยตรงครั้งแรกในรอบกว่า ทศวรรษ และเป็นการหารือระดับสูงสุดนับตั้งแต่เหตุการณ์ปฏิวัติอิสลามในปี 2522 ผลลัพธ์ของการเจรจาครั้งนี้จะเป็นตัวกำหนดชะตากรรมของข้อตกลงหยุดยิง 2 สัปดาห์ที่เปราะบาง รวมถึงการกลับมาเปิดเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ใช้ขนส่งพลังงานราว 20% ของโลก โดยอิหร่านได้สั่งปิดช่องแคบดังกล่าวนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นและมีผู้เสียชีวิตแล้วหลายพันคน



 



#สงครามตะวันออกกลาง



#เจรจาล้มเหลว



CR:CNN



 

ข่าวทั้งหมด

X