หลังกัมพูชาทำหนังสือเชิญฝ่ายไทยประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชาหรือเจบีซีระหว่างวันที่ 17-25 เมษายนนี้ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ระบุว่า ได้เคยคุยกับเขาว่า การประชุมเจบีซีฝ่ายไทยต้องผ่านกระบวนการภายในก่อน โดยต้องผ่านการอนุมัติจัดตั้งคณะกรรมาธิการเจบีซี เพราะต้องเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบเจบีซีฝ่ายไทย เมื่อเราพร้อมในแง่ของกระบวนการภายในก็ค่อยว่ากัน เมื่อถามว่า การประชุมเจบีซีอาจจะใช้เวลาอีกระยะหนึ่งใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ต้องรอให้ฝ่ายไทยมีความพร้อมก่อน แต่ถึงแม้การประชุมจะมีขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่าจะนำไปสู่ในเรื่องของเขตแดนทันที เพราะต้องพูดถึงขั้นตอนและวิธีการประชุม เนื้อหาสาระ ไม่ใช่ว่าการประชุมเจบีซีจะนำไปสู่การปักปันเขตแดนทันที
พร้อมระบุว่า จะไม่ได้นั่งเป็นประธานเจบีซี เนื่องจากเจบีซีจะเน้นหนักไปทางด้านเทคนิค คงจะหาผู้เชี่ยวชาญจริงๆ ในเรื่องของกฎหมายระหว่างประเทศ และเขตแตน มานั่งประธานอีกทั้งยังมีองค์ประกอบอื่นๆด้วยของหน่วยงานหลัก
การเร่งรัดให้มีการประชุมของฝ่ายกัมพูชานั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ก็เร่งได้ แต่กระบวนการของไทยต้องมีความพร้อมก่อน ซึ่งทางกัมพูชาก็ทราบดี และตนอาจจะมีโอกาสได้เจอรัฐมนตรีต่างประเทศของกัมพูชา ในการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ก็จะมีการพูดคุยกัน
ถามถึงกรณีการขอเอกสารเรื่องเขตแดนจากฝรั่งเศส นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ทางฝรั่งเศสบอกแล้วว่า ไม่ใช่เอกสารลับอะไร เป็นเอกสารที่ทุกท่านสามารถเข้าถึงได้ เราต้องการอะไรเขาก็พร้อมให้เราเข้าถึงเอกสารนั้น
สำหรับกรณีเอ็มโอยู 43 กับเอ็มโอยู44 นั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า เป็นไปตามที่แถลงนโยบาย ต่อรัฐสภา เราจะดำเนินการยกเลิกเอโอยู44 โดยทางกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้เสนอและเข้าสภาความมั่นคงแห่งชาติ หลังจากนั้นก็จะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี ในขณะที่เอ็มโอยู 43 ควรดำเนินการให้รอบคอบ เนื่องจากที่ผ่านมามีความคืบหน้าในระดับหนึ่ง ซึ่งเราเปิดกว้างอยู่แล้ว ประเด็นของตนและกระทรวงต่างประเทศไม่ว่าการดำเนินการจะเป็นอย่างไรก็ตาม ควรมีฉันทามติร่วมกัน ดังนั้นการเดินไปข้างหน้ากระทรวงต่างประเทศอยากให้มีกระบวนการที่เปิดกว้าง
ข่าวทั้งหมด