ปปง.ยึดทรัพย์ เครือข่าย ‘ยิม เลียก-เบน สมิธ’ลอต 2 อีก 8,269 ล้านบาท รวม 20,392 ล้านบาท

วันนี้, 15:55น.


           เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการแถลงข่าวการยึดอายัดทรัพย์สินเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ ในคดีที่นางสาวแตงไทย กรณีนายยิม เลียก, นางวิรินยา ยิม, นายเบน สมิธ และนางสาวแคทรียา บีเวอร์ กับพวก ซึ่งมีพฤติการณ์กระทำความผิดมูลฐานเกี่ยวกับยาเสพติด ค้ามนุษย์ การฉ้อโกงประชาชน เป็นสมาชิกอั้งยี่ รวมถึงการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรม และความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ





           ทั้งนี้ สำนักงาน ปปง. มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมเป็นการชั่วคราวไม่เกิน 90 วัน จำนวน 34 รายการ อาทิ รถยนต์ 6 คัน สิทธิเรียกร้องในสัญญากู้เงิน เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมถึงเงินและหลักทรัพย์ในบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 8,269 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมทรัพย์สินที่ถูกยึดและอายัดในคดีดังกล่าวทั้งหมด มีจำนวน 102 รายการ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 20,392 ล้านบาท



            นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการยึดและอายัดทรัพย์สินในรายคดีดังกล่าวไว้ได้มูลค่านับถึงวันนี้ 20,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนมหาศาลที่กลุ่มอาชญากรรมกลุ่มนี้ ที่กระทำผิดกฎหมายในประเทศไทย และสร้างความเดือดร้อนให้กับระบบเศรษฐกิจและประชาชนที่เป็นเหยื่อ เนื่องจากการกระทำความผิดนี้มีพื้นฐานมาจากเครือข่ายสแกมเมอร์ โดยการดำเนินการดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลไม่เคยมองข้ามอาชญากรรมประเภทนี้ พร้อมขอยืนยันว่า รัฐบาลนี้ที่มีตนเป็นหัวหน้ารัฐบาล เต็มใจและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนให้ทุกหน่วยงานได้ทำหน้าที่ในการปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้อย่างเต็มที่



            ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงาน ปปง. ตระหนักและยอมรับว่า ประชาชนตลอดจนนานาชาติมีความต้องการที่อยากจะให้จัดการปัญหาอาชญากรรมเหล่านี้อย่างเด็ดขาด ภัยจากกลุ่มสแกมเมอร์ มีความซับซ้อนและมีผลกระทบเป็นวงกว้าง จึงได้กำชับหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย กำหนดมาตรการและบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่กับผู้กระทำความผิด ซึ่งผู้กระทำความผิดเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นผู้มีอิทธิพลและมีเครือข่าย หรือแม้กระทั่งมีความสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจบริหารบ้านเมืองอยู่ แต่รัฐบาลชุดนี้ได้กำชับกับหน่วยงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรมลักษณะนี้ว่า ให้ยึดมั่นในแนวทางการดำเนินการตามหลัก “ปิดชื่อ ถือพฤติกรรม” หากพบว่ากระทำความผิดก็จะดำเนินการทุกอย่างอย่างเข้มงวดและปราศจากข้อยกเว้น



           นายกฯยังได้กล่าวชมเชยจนท.ด้วยว่า เครือข่ายดังกล่าว นอกจากพบว่ามีการกระทำความผิดประเภทสแกมเมอร์แล้ว ยังพบว่าพัวพันกับขบวนการค้ายาเสพติด ซึ่งขอชื่นชมอย่างใจจริงไปถึงหน่วยงานที่ทุ่มเทในการเอาผิดผู้กระทำผิด ซึ่งทำให้การปราบปรามอาชญากรรมที่ผิดกฎหมายโดยใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและมีอำนาจทางการเงินอย่างมหาศาลประมาณค่าไม่ได้ ไม่ได้อยู่เหนือความสามารถของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง



#ปปง



#ยึดทรัพย์ยิมเลียกลอต2



#ยึดทรัพย์เบนสมิธลอต2



Cr:สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

ข่าวทั้งหมด

X