ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ แถลงผ่านโทรทัศน์ทั่วประเทศเมื่อคืนวันพุธตามเวลาท้องถิ่น ระบุว่ากองทัพสหรัฐฯ ดำเนินภารกิจในอิหร่านใกล้บรรลุเป้าหมายตามที่วางไว้แล้ว ท่ามกลางแรงกดดันจากสาธารณชนชาวอเมริกันที่เริ่มวิตกกังวลต่อภาวะสงคราม คะแนนนิยมที่ลดลง รวมถึงแรงกดดันจากกลุ่มพันธมิตรที่ต้องการให้สหรัฐฯ ชี้แจงวัตถุประสงค์ของสงครามให้ชัดเจนและสอดคล้องกันมากขึ้น
นายทรัมป์กล่าวว่า กองกำลังสหรัฐฯ สามารถทำลายกองทัพเรือและกองทัพอากาศของอิหร่านได้สำเร็จ อีกทั้งยังสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อโครงการขีปนาวุธนำวิถีและโครงการนิวเคลียร์ของรัฐบาลอิหร่าน พร้อมยืนยันว่าสหรัฐฯ จะยังคงเดินหน้าโจมตีเป้าหมายต่างๆ ต่อไปในช่วง 2 ถึง 3 สัปดาห์ข้างหน้า เพื่อปิดฉากภารกิจให้สำเร็จอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการแถลงทางโทรทัศน์เป็นเวลา 19 นาที ผู้นำสหรัฐฯ ไม่ได้กล่าวถึงประเด็นสำคัญที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ อาทิ สถานะของแร่ยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่อิหร่านครอบครองไว้ และการเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบที่สำคัญของโลกที่ถูกอิหร่านปิดกั้น นับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ นายทรัมป์ยังส่งสัญญาณว่าสงครามอาจทวีความรุนแรงขึ้น หากผู้นำอิหร่านไม่ยอมรับข้อตกลงของสหรัฐฯ ในระหว่างการเจรจา โดยมีความเป็นไปได้ที่จะมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและน้ำมันของอิหร่านเพิ่มเติม พร้อมทั้งขอให้ชาวอเมริกันเข้าใจสถานการณ์ของสงครามที่ดำเนินเข้าสู่สัปดาห์ที่ 5 โดยเปรียบเทียบว่าความขัดแย้งครั้งนี้ใช้เวลาน้อยกว่าสงครามหลายครั้งในอดีตที่สหรัฐฯ เคยเข้าร่วม
ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่าเป้าหมายทางทหารทั้งหมดจะบรรลุผลในเร็วๆ นี้ โดยในช่วง 2 ถึง 3 สัปดาห์ข้างหน้าจะมีการโจมตีอย่างหนักหน่วงเพื่อบั่นทอนศักยภาพของอิหร่าน ขณะเดียวกันก็ยังมีการเจรจาที่ดำเนินอยู่กับกลุ่มผู้นำใหม่ของอิหร่านซึ่งมีท่าทีประนีประนอมมากกว่าเดิม แต่หากยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ สหรัฐฯ ก็พร้อมที่จะโจมตีเป้าหมายสำคัญที่กำหนดไว้ทันที
นายทรัมป์และคณะที่ปรึกษาของเขาได้ให้คำชี้แจงเกี่ยวกับกรอบเวลาของความขัดแย้งที่เปลี่ยนแปลงไปมาตลอด ส่งผลให้ชาติพันธมิตรพยายามผลักดันให้ผู้นำสหรัฐฯ เร่งสร้างความเชื่อมั่นแก่ชาวอเมริกัน ซึ่งส่วนใหญ่คัดค้านสงครามและไม่พอใจต่อราคาน้ำมันขายปลีกที่พุ่งสูงขึ้นจากการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันโลก
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวถึงประเด็นราคาน้ำมันเพียงสั้นๆ โดยระบุว่าราคาน้ำมันจะปรับตัวลดลงในไม่ช้า และถือเป็นความเสียสละในระยะสั้นที่คุ้มค่า พร้อมโยนความผิดให้รัฐบาลอิหร่านว่าเป็นต้นเหตุของวิกฤตครั้งนี้จากการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของประเทศเพื่อนบ้าน
อย่างไรก็ตาม คำแถลงดังกล่าวไม่ได้ช่วยลดความกังวลของนักลงทุนว่าสงครามจะยุติลงในเร็ววัน ส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวลดลง ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น และราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นทันทีหลังสิ้นสุดการแถลงการณ์ดังกล่าว
#วิกฤตน้ำมัน
#สงครามตะวันออกกลาง
ข่าวทั้งหมด