กรณีเรือประมงกัมพูชา ติดอาวุธ รุกล้ำน่านน้ำไทย น.ท.ณัฐกิจ แสวงผล ฝ่ายเสนาธิการประจำกองเรือปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 1 กล่าวถึงกรณีที่ก่อนหน้านี้มีเรือประมงกัมพูชาได้รุกล้ำน่านน้ำเข้ามายังฝั่งไทย จำนวน 20-30 ลำ และมีพฤติกรรมที่รุกล้ำบ่อยขึ้นว่า ทุกวันนี้กองทัพเรือได้ตระเวนตามเส้นแบริ่ง 211 หรือ แนวเขตชายแดนทางทะเลไทย-กัมพูชา ทางทิศใต้ของเกาะกูด โดยส่วนใหญ่ เรือกัมพูชาที่ข้ามมามีการข้ามเลยมาประมาณ 1 ไมล์ หรือ 500 หลา ซื้อหากกองทัพเรือ ตรวจจับเรดาร์ได้ ก็จะเข้าจับกุมทั้งหมด แต่ส่วนใหญ่เมื่อเรือประมงของกัมพูชา ตรวจจับเรดาร์เรือของกองทัพเรือได้ เรือกัมพูชาก็จะวิ่งกลับไป แต่ก็มีบางลำที่ล้ำเข้ามา เราก็วิ่งเข้าจับกลุ่ม
ส่วนมีการตั้งข้อสังเกตว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ ที่ทางฝั่งกัมพูชาจะมีการ ตั้งเป็นกองเรือประมง ติดอาวุธเพราะทางกัมพูชาไม่มีกองทัพเรือ น.ท.ณัฐกิจ กล่าวว่า เราก็ระวังในเรื่องนี้ และได้มีการวิเคราะห์จากพฤติกรรมที่ผ่านมา เพราะว่า ตั้งแต่มีสถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ก็มีเรือประมงกัมพูชาเข้ามายังน่านน้ำไทยจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันกำลังรวบรวมข้อมูลตรงนี้อยู่ ซึ่งหากมีการยั่วยุก่อกวน กองทัพเรือก็มีกฎการใช้กำลังตามหลักสากล
โดยทางผู้บัญชาการได้มอบนโยบายชัดเจนแล้วว่า ให้ออกลาดตระเวน แสดงสิทธิ์ว่า เป็นพื้นที่ของฝั่งประเทศไทยอย่างเต็มที่ เช่น เรือประมงเวียดนาม ที่ได้ล้ำน่านน้ำไทยเข้ามา และได้ชนเรือหลวงเทพาจนได้รับความเสียหาย เมื่อปี 2568 เราก็ต้องมีการใช้อาวุธ ถ้าหากจำเป็น เราสามารถปฏิบัติได้ทันที โดยการปฎิบัติการเริ่มตั้งแต่การยิงเตือน แต่หากไม่ฟังก็จะดำเนินการตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก
นอกจากนี้ยังพบว่า เรือสัญชาติกัมพูชา ยังลักลอบเข้ามาในเขตไทย เพื่อรับปลาแซลมอน และสินค้าทะเลจากประเทศไทย กลับไปยังกัมพูชา โดยทางกองทัพเรือ ก็ได้ทำการจับกุม และยึดสินค้าไว้ทั้งหมด
#เรือประมงกัมพูชา
#รุกล้ำน่านน้ำไทย
ข่าวทั้งหมด