นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการเปิดงาน มาตรการประหยัดพลังงาน ในช่วงสถานการณ์วิกฤตพลังงานโลก ‘ประหยัดพลังงาน พลัส ยกกำลัง 2’ ว่า แนวโน้มราคาน้ำมันดีเซล คงจะมีการขยับขึ้นไปบ้าง เนื่องจากช่วงที่ผ่านมากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ทำหน้าที่ดูแลมาอย่างต่อเนื่อง แต่ต้องเรียนว่าแม้จะขยับเพดานขึ้นไป กองทุนน้ำมันฯก็ยังคงทำหน้าที่ดูแลอยู่บางส่วน โดยเพดานที่จะกำหนดออกมาซึ่งได้มีการหารือกันแล้วและจะประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งนั้น จะอยู่ที่ประมาณ 33 บาทต่อลิตรสำหรับน้ำมันดีเซล
ขอย้ำว่า ไม่ใช่ว่าจะปรับขึ้นไปทีเดียว 33 บาท คงเป็นการทยอยปรับ เพื่อไม่ให้การขึ้นราคามันกระชากไป แล้วก็มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดีเซล 33 บาท เป็นสมมุติฐานที่อ้างอิงจากราคาขายปลีกปัจจุบันของประเทศมาเลเซียที่ขยับขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 30 บาทปลายๆ เกือบ 33 บาทแล้ว ดังนั้นเพดานที่ไทยกำหนดจึงมีความใกล้เคียงกับประเทศเพื่อนบ้าน
ส่วนกรณีปัญหาน้ำมันไม่เพียงพอในบางพื้นที่ ตรงนี้ชี้แจงว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากปริมาณน้ำมันดิบ เพราะปัจจุบันมีการสำรองน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นอีก 3 ล้านบาร์เรล ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานได้หลายวัน และทำให้ปริมาณสำรองโดยรวมเพิ่มขึ้นจาก 90 วัน เป็นประมาณ 100 วันแล้ว ฉะนั้นขอความร่วมมือ อย่าไปตื่นตระหนกหรือกักตุน เพราะขณะนี้ยอดขายเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่การขาดแคลนน้ำมัน แต่มาจาก ‘คอขวด’ ในระบบขนส่ง เนื่องจากรถขนส่งมีข้อจำกัดด้านความปลอดภัย ไม่สามารถใช้รถประเภทอื่นมาทดแทนได้
ทั้งนี้ รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยได้สั่งการให้โรงกลั่นทุกแห่งเดินเครื่องผลิตเต็มกำลัง 100% และขอความร่วมมือผู้ค้าน้ำมันให้เปิดคลังของตัวเองตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมง นอกจากนี้กระทรวงพลังงานยังได้ทำหนังสือประสานไปยังกระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กรุงเทพมหานคร เพื่อขอขยายเวลาให้รถบรรทุกน้ำมันสามารถวิ่งได้มากขึ้นจากเดิมที่มีการติดเวลา เพื่อให้ทำรอบการขนส่งได้ทันกับความต้องการ
นอกจากนี้ ในส่วนของมาตรการระยะยาว รัฐบาลยังมีการเตรียมมาตรการสนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพเพิ่มเติม โดยจะมีแผนการพิจารณาเพิ่มส่วนต่างราคาของน้ำมัน E10 และ E20 ให้มากขึ้น รวมถึงพิจารณาการส่งเสริมชนิดน้ำมัน B10 และ B20 เพื่อสร้างจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้เชื้อเพลิงชีวภาพและลดการใช้ปิโตรเลียมให้น้อยลง
ส่วนที่มีการพบว่าบางพื้นที่มีการกักตุนน้ำมันและการขายเกินราคา รัฐบาลได้จัดทีมร่วมระหว่างกระทรวงมหาดไทย พาณิชย์ และพลังงาน ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อป้องกันการกักตุนและการขายเกินราคา ซึ่งขณะนี้เริ่มมีการตรวจพบการกักตุนบ้างแล้ว และได้จัดทีมเข้าไปดูแลร่วมกัน จึงขอเตือนผู้ประกอบการและผู้กักตุน ว่า อย่ากระทำการดังกล่าว พร้อมฝากถึงประชาชนไม่ให้ตื่นตระหนกจนเกินไป ขอความร่วมมือไม่ให้มีการกักตุนสินค้าเกินความจำเป็น หากกลับมาเติมน้ำมันในปริมาณปกติและตุนสินค้าตามความจำเป็น เชื่อว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว
นอกจากนี้ สำนักงานพลังงานจังหวัด ร่วมกับจังหวัด จะทำหน้าที่รวบรวมความต้องการใช้จริงจากผู้ใช้งานโดยตรง เช่น กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง หรืออุตสาหกรรมขนาดเล็ก ที่เดิมเคยรับสินค้าผ่านตัวแทน (จ๊อบเบอร์) เมื่อได้ข้อมูลความต้องการแล้ว จะมีการประสานงานกับผู้ค้า เพื่อให้สามารถจัดจำหน่ายสินค้าโดยตรงไปยังผู้ใช้จริงได้อย่างเหมาะสมและเป็นธรรม
สำหรับแนวโน้มค่าไฟฟ้า ยอมรับว่าสถานการณ์พลังงานในปัจจุบันส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเชื้อเพลิงส่วนใหญ่ที่ใช้ผลิตไฟฟ้าก็จะมีแนวโน้มราคาสูงขึ้น แต่ สำหรับแนวโน้มสถานการณ์ค่าไฟงวดใหม่ (พฤษภาคม-สิงหาคม 2569) รัฐบาลอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล และปัจจัยรอบด้านต่างๆ เพื่อใช้ในการคำนวณค่าไฟงวดใหม่ โดยจะปล่อยให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) คิดตามต้นทุนจริงตามกระบวนการของ กกพ. ซึ่งจะมีการเปิดทำข้อเสนอทางเลือก เพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็นประกอบการพิจารณา เพื่อประกาศเรียกเก็บค่าไฟฟ้าในรอบถัดไป หลังจากนั้นรัฐบาลจะเข้าไปพิจารณาอีกครั้ง โดยใช้กลไกจากหลายภาคส่วนทำให้ค่าไฟฟ้าไม่ปรับขึ้น และไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน
#ปรับราคาดีเซล
#ค่าไฟฟ้า
ข่าวทั้งหมด