กลุ่มสิทธิมนุษยชนแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) เผยแพร่รายงานการสอบสวนที่ชี้ว่า สหรัฐฯ โจมตีโรงเรียนประถมในเมืองมินาบ ทางตอนใต้ของอิหร่านที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 170 คนซึ่งส่วนใหญ่คือเด็กนักเรียน โดยระบุว่า ขีปนาวุธโทมาฮอว์กที่ผลิตโดยสหรัฐฯ น่าจะเป็นอาวุธที่ใช้ในการโจมตี เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ (2569)
แอมเนสตี้ฯ ระบุว่า จากการตรวจสอบจากภาพถ่ายดาวเทียม วิดีโอ และการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ แสดงให้เห็นว่าโรงเรียนถูก "โจมตีโดยตรง" พร้อมกับอาคารอีกกว่าสิบหลังในบริเวณใกล้เคียงกับฐานที่มั่นของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของกองทัพสหรัฐฯ ในการใช้มาตรการป้องกันที่เหมาะสมเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายต่อพลเรือน ถือเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง และเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีบุคคลที่รับผิดชอบในการวางแผนและดำเนินการโจมตี
ข้อเท็จจริงที่ว่าอาคารเรียนถูกโจมตีโดยตรง อาจหมายถึงการที่กองทัพสหรัฐฯ อาจพึ่งพาข้อมูลข่าวกรองที่ล้าสมัย และละเลยการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้นั้น คือเป้าหมายทางทหารหรือไม่
การโจมตีที่เมืองมินาบเป็นหลักฐานที่บ่งชี้ถึงความเป็นไปได้ที่อิสราเอลและสหรัฐฯ กำลังก่ออาชญากรรมสงครามในการทำสงครามกับอิหร่าน จากที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศหลายคนเตือนว่า สงครามในครั้งนี้ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ
รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังเผชิญกับเสียงเรียกร้องที่เพิ่มมากขึ้นให้ดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียด และรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเดโมแครตของสหรัฐฯ เรียกร้องให้รัฐบาลให้คำตอบที่ชัดเจนแก่ชาวอเมริกันและรัฐสภาเกี่ยวกับวิธีการและสาเหตุที่เกิดโศกนาฏกรรมครั้งนี้
...
#โรงเรียนประถมอิหร่าน
#กองทัพสหรัฐ
ข่าวทั้งหมด