ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่แล้ว หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 8-14 มี.ค.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 7,750 คดี มูลค่าความเสียหาย 428,838,447 บาท ซึ่งคดีที่รับแจ้งรอบนี้เพิ่มขึ้นจากห้วงวันที่ 1-7 มี.ค.69 จำนวน 71 คดี แต่พบว่ามูลค่าความเสียหายลดลง 19,720,389 บาท ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่าภาพรวมจำนวนคดีพุ่งสูงขึ้น แต่มูลค่าความเสียหายรวมลดลง 4.4%
หากนับเชิงปริมาณของคดีที่มีการแจ้งเข้ามา อันดับ 1. ยังคงเป็นการหลอกซื้อขายสินค้าฯ มีจำนวนมากถึง 5,399 คดี ซึ่งครองสัดส่วนสูงที่สุดอย่างชัดเจน สะท้อนว่าเป็นภัยใกล้ตัวที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุดในชีวิตประจำวันโดยคนร้ายเน้นหลอกคนจำนวนมาก แม้ว่ามูลค่าต่อคดีจะไม่สูงนัก แต่ก็ยังเป็นภัยคุกคามวงกว้าง ขณะที่อันดับ 2. คือการหลอกทำงาน และอันดับ 3. เป็นการข่มขู่ทางโทรศัพท์แอบอ้างบุคคล เช่นเดียวกับสัปดาห์ที่แล้ว
ขณะที่หากเทียบในเชิงมูลค่าความเสียหายพบว่า อันดับ 1. คือการหลอกให้ลงทุน ซึ่งในสัปดาห์นี้พบความเสียหายลดลงกว่า 16.3 ล้านบาท ขณะที่อันดับ 2. คือการหลอกทำงาน สถานการณ์ดีขึ้นอย่างชัดเจน มูลค่าความเสียหายลดลงเกือบ 8.6 ล้านบาท ขณะที่อันดับ 3. การข่มขู่ทางโทรศัพท์แอบอ้างบุคคล แซงการหลอกขายสินค้าฯ ขึ้นมา แต่ความเสียหายก็ลดลงกว่า 8.5 ล้านบาท เป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจน
จากการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชายเหมือนสัปดาห์ที่แล้ว และยังคงเป็นกลุ่มอายุ 31-40 ปี ที่มักตกเป็นเหยื่อมากที่สุด โดยจำนวนผู้เสียหายสูงสุด อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ อยู่ในกลุ่มอายุ 31-40 ปี อันดับ 2 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ คือกลุ่มอายุ 31-40 ปี และอันดับ 3 คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีลักษณะอื่นๆ คือกลุ่มอายุ 31-40 ปี
ในรอบสัปดาห์ที่แล้ว มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC และสามารถประสานงานร่วมกันกับทุกภาคส่วน ประกอบกับประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที โดยเป็นการเข้าตรวจสอบทั้งหมด 16 เคส สามารถช่วยเหลือรวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมด จำนวน 52 ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 4,984,900 บาท และสามารถจับกุมได้ 3 คดี
ขณะที่อีก 1 เคสจับกุมที่น่าสนใจ เป็นผลงานของ กก.สืบสวน ภ.จว.สมุทรปราการ ที่รวบขบวนการบัญชีม้าครบวงจร เจ้าตัวสารภาพรอถอนเงินหน้าเคาน์เตอร์ 2.5 แสนไม่ไหว แอบกดเงินสดออกมาบางส่วนจนมุมหลักฐานมัดตัว
คดีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน ภ.จว.สมุทรปราการ เข้าตรวจสอบและควบคุมตัวกลุ่มผู้ต้องหาเครือข่ายบัญชีม้าจำนวน 4 ราย ประกอบด้วย นายกัมนาทฯ (เจ้าของบัญชีม้า), น.ส.วรรณิภาฯ และนายธนรัตน์ฯ (ผู้ควบคุม) และ น.ส.นันติตา (ผู้จัดหาบัญชีม้า) ขณะรอทำธุรกรรมถอนเงินภายในธนาคาร ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ จากการตรวจสอบพบของกลางเป็นเงินสดจำนวน 90,000 บาท ซึ่งถูกถอนออกมาจากตู้ ATM บริเวณหน้าธนาคารก่อนหน้านี้ โดยกลุ่มผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า มีเงินจำนวน 250,000 บาท โอนเข้าบัญชีนายกัมนาทฯ จึงพากันมาถอนเงินสดที่หน้าเคาน์เตอร์ธนาคาร แต่เนื่องจากมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก
น.ส.วรรณิภาฯ จึงนำบัตร ATM ไปกดเงินสดออกมาก่อนบางส่วน จำนวน 90,000 บาท เพื่อความรวดเร็ว จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่แสดงตัวเข้าตรวจสอบและจับกุมได้พร้อมของกลางดังกล่าว ก่อนจะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป
#โกงออนไลน์
#ตำรวจสอบสวนกลาง
ข่าวทั้งหมด