สงครามตะวันออกกลาง! ศบก.จับตาโจมตีในอิรัก-เลบานอน คนไทยพร้อมกลับ 215 คน

วันนี้, 09:08น.


           นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ แถลงข่าวถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และการให้ความช่วยเหลือคนไทย ผ่านศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ว่า สถานการณ์โดยรวมในตะวันออกกลางยังมีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง จากการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรน พื้นที่ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือ อิรัก ที่มีการโจมตีเพิ่มขึ้น และเลบานอนซึ่งถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดการอพยพของพลเรือน เข้าข่ายเป็นวิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรม โดยมีการโจมตีไปยังพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐฯ เช่น ฐานทัพ ที่พักของคนอเมริกันในรัฐอ่าวอาหรับอย่างต่อเนื่อง





       สำหรับการเปิด-ปิดน่านฟ้าในปัจจุบัน ประเทศที่ปิดน่านฟ้าสำหรับการบินพาณิชย์ ได้แก่ อิหร่าน อิสราเอล ซีเรีย อิรัก บาห์เรน คูเวต เลบานอน และกาตาร์ ส่วนยูเออีเริ่มกลับมาเปิดเที่ยวบินอย่างจำกัด เพื่อระบายผู้โดยสารที่ตกค้าง และยังไม่พบว่าได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พร้อมย้ำขอให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงพิจารณาออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด แล้วแจ้งที่อยู่ ช่องทางติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ในความรับผิดชอบได้ทราบ



          ส่วนการให้ความช่วยเหลือคนไทย ในพื้นที่ในตะวันออกกลาง ดังนี้



ประเทศอิหร่าน คนไทยกลุ่มแรกจากกรุงเตหะรานและเมืองกุม ได้เดินทางออกจากกรุงเตหะรานแล้วเมื่อช่วงเช้าตรู่วันนี้ (7 มี.ค.) จำนวน 62 คน และคาดว่าจะเดินทางถึงประเทศตุรกีในวันนี้ อีกกลุ่มหนึ่งจะออกเดินทางในวันวันที่ 10 มีนาคมนี้



การนำคนไทยออกจากอิหร่านฝ่ายไทยได้ประสานงานกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งรัฐบาลอิหร่าน ฝ่ายสหรัฐและอิสราเอล เพื่อให้มั่นใจว่าการอพยพเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย ซึ่งเมื่อเวลา 15.00 น. ตามเวลาประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานจากอุปทูต ณ กรุงเตหะราน ว่า ขบวนอพยพใกล้ถึงจุดหมายที่ชายแดนระหว่างอิหร่านกับตุรกีแล้ว



          พร้อมย้ำว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน จะย้ายไปปฏิบัติภารกิจที่ทำการชั่วคราวที่เมืองวาน ของตุรกี ตั้งแต่วันที่ 10 มีนาคม 2569 ตามที่ได้มีการประกาศไว้ และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน ยังพร้อมติดต่อให้ความช่วยเหลือแก่คนไทยที่ประสงค์เดินทางออกจากอิหร่าน และที่ยังอยู่ที่ประเทศอิหร่านต่อไปด้วย



          นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ยังต้องปฏิบัติภารกิจอีกด้าน เพื่อรอรับคนไทยที่จะอพยพออกจากอิรักจำนวน 10 คน ซึ่งจะเดินทางข้ามด่านจากอิรัก เข้าสู่ตุรกีที่เมืองมาดิน เพื่อช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศไทยต่อไป



ซาอุดีอาระเบีย เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ยังสามารถบินกลับประเทศไทยได้ โดยสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองเจดดาห์ ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศข้างเคียง ได้แก่ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงมานามา ประเทศบาห์เรน สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโดฮา กาตาร์ และเอกอัครราชทูต ณ คูเวต ที่น่านฟ้ายังคงปิดอยู่ โดยนำคนไทยข้ามแดนมาเพื่อเดินทางกลับไทย หรือเดินทางไปยังปลายทางอื่นทางอากาศ



          นอกจากนี้ยังหารือถึงแนวทางการนำคนไทยกลับประเทศกับสายการบินเอกชนอย่างต่อเนื่อง โดยเที่ยวบินริยาด กรุงเทพฯ ยังคงให้บริการและพร้อมพิจารณาเพิ่มเที่ยวบินอพยพคนไทยในประเทศต่างๆตามความต้องการ



          สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอาบูดาบี และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองดูไบ ได้ประสานช่วยเหลือคนไทยอย่างใกล้ชิดโดยล่าสุดมีสายการบินเอมิเรตส์ และแอร์ Air Arabia ได้เปิดเส้นทางบินตั้งแต่ 6 มีนาคม โดยสายการบินเอมิเรตส์เริ่มทำการบินมายังกรุงเทพฯ และภูเก็ต รวมถึงสายการบินแอร์ Air Arabia ได้เริ่มทำการบินมายังกรุงเทพฯแล้วเช่นเดียวกัน



          โดยรวมขณะนี้มีคนไทยที่ติดค้างอยู่ในตะวันออกกลางและได้รับความช่วยเหลือให้เดินทางกลับประเทศไทยแล้วทั้งสิ้น 215 คน ส่วนของประเทศอื่นๆ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ในพื้นที่ยังคงอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำประชาชนคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับประเทศ สามารถประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งรัดกระบวนการทางเอกสารต่อไป



 



#สงครามตะวันออกกลาง 



 

ข่าวทั้งหมด

X