จากกรณีศาลสูงสหรัฐฯ สั่งยกเลิก Reciprocal tariff เดิมของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ตอบโต้ทันทีด้วย Global tariff 15% ภายใต้ Section 122 ใช้ได้ 150 วัน นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ ให้มุมมองถึงกรณีกังกล่าว ว่า ผลบวกในเบื้องต้น คือ ต้นทุนผู้นำเข้าสหรัฐฯ ลดลง ราคาสินค้าปลายทางลดลง ทำให้ผู้บริโภคในสหรัฐฯ มีกำลังซื้อมากขึ้น ส่งผลดีต่อการนำเข้าสินค้าที่จะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร เช่น ไก่ อาหารทะเล และผลไม้กระป๋อง แต่ในทางกลับกัน คู่แข่งของไทยที่เคยโดนภาษีสูง ก็จะปรับลดลงมาเท่ากันทุกประเทศ กลายเป็นคู่แข่งสำคัญ ปะกอบกับไทยยังมีปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งค่า จะเป็นตัวฉุดขีดความสามารถในการแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม แม้อัตราภาษีนำเข้าจะลดลงจากเดิม แต่กระทรวงพาณิชย์จะมีการเจรจากับสหรัฐฯ ต่อเนื่อง เพื่อติดตามดูว่าสหรัฐฯ จะมีมาตรการใดกับไทย เพราะสหรัฐฯ ยังคงขาดดุลการค้ากับไทย ซึ่งอาจจะมีมาตรการขึ้นภาษีในบางรายการ ทำให้ไทยต้องอยู่ในเวทีเจรจาต่อไป
ส่วนประเด็นการลดภาษี การเปิดตลาดสินค้าต่าง ๆ ให้กับสหรัฐฯ ก็ต้องมาพิจารณาต่อว่าจะดำเนินการอย่างไร รวมทั้งต้องจับตาสหรัฐฯ จะมีการใช้ภาษีตอบโต้ทางการค้าเพิ่มขึ้นอีกหรือไม่
การส่งออกของไทยในเดือนมกราคม 2569 มีมูลค่า 31,573.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (980,744 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19 ที่ร้อยละ 24.4 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 20.9 การส่งออกของไทยขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับอานิสงส์จากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี AI และการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก ขณะที่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ และส่วนประกอบ ยังคงขยายตัวในระดับสูง สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตที่มั่นคงของภูมิภาค ในส่วนของสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป อาทิ ทุเรียน มังคุด ข้าวหอมมะลิ และกุ้งแช่แข็ง เริ่มกลับมาขยายตัวได้ดีในเดือนนี้ โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเทศกาล ซึ่งช่วยสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเผชิญความท้าทายจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์
มูลค่าการค้ารวม ในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ เดือนมกราคม 2569 การส่งออก มีมูลค่า 31,573.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 24.4 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 34,876.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 29.4 ดุลการค้า ขาดดุล 3,303.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
เมื่อเทียบกับมูลค่าการค้าในรูปเงินบาท เดือนมกราคม 2569 การส่งออก มีมูลค่า 980,744 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 13.3 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 1,097,445 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 17.8 ดุลการค้า ขาดดุล 116,700 ล้านบาท
แนวโน้มการส่งออกในปี 2569คาดว่า ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง จากการเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล การลงทุนและพัฒนา AI Data Centers ในหลายประเทศ เพื่อรองรับการใช้งานในภาคธุรกิจ ภาครัฐ และความมั่นคง ขณะเดียวกัน ความได้เปรียบของไทยในฐานะแหล่งความมั่นคงทางอาหาร และการรุกตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง อาทิ อินเดีย ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง จะเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนรายได้
นอกจากนี้ การบูรณาการสิทธิประโยชน์ภายใต้ ความตกลง FTA ฉบับใหม่ ที่จะมีผลบังคับใช้ในปีนี้ จะเป็นแต้มต่อสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางโอกาสดังกล่าวยังคงมีปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง ทั้งความผันผวนของค่าเงินบาทและการปรับเปลี่ยนระเบียบการค้าโลกจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์และมาตรการทางการค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ไขอุปสรรคอย่างทันท่วงทีและเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ส่งออกไทยในระยะยาว
#ส่งออกไทย
#เจรจาสหรัฐ
#กระทรวงพาณิชย์
ข่าวทั้งหมด