ข้อสงสัยเกี่ยวกับการปรากฏรหัสบาร์โค้ด (Barcode) และ QR Code บนบัตรลงคะแนนเลือกตั้ง นายวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน โดยยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตาม ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ข้อที่ 129 ซึ่งให้อำนาจ กกต. ในการกำหนดให้มีรหัสหรือเครื่องหมายพิเศษในบัตรเลือกตั้ง ได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
จุดประสงค์หลักของการพิมพ์รหัสเหล่านี้มีเป้าหมายที่ชัดเจน ดังนี้
1.ป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง ซึ่งเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นพื้นฐานเพื่อให้บัตรเลือกตั้งเป็นเอกสารที่ยากต่อการทำซ้ำ
2.การควบคุมและบริหารจัดการ เพื่อใช้สำหรับการนับจำนวนและตรวจสอบย้อนกลับ โดยปกติบัตรเลือกตั้ง 1 เล่ม จะมีจำนวน 20 ฉบับ รหัสเหล่านี้จะช่วยตรวจสอบการแพ็กกิ้งว่าเลขที่บัตรในเล่มครบถ้วนถูกต้องหรือไม่ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการป้องกันปัญหาบัตรเขย่ง (จำนวนบัตรไม่ตรงกับผู้มาใช้สิทธิ)
3.นอกจากนั้น คิวอาร์โค้ดหรือ บาร์โค้ด ยังใช้ตรวจสอบได้ กรณีบัตรเลือกตั้งหลุดรอดออกไปสู่ภายนอกหน่วยเลือกตั้ง รหัสเหล่านี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทันทีว่า บัตรใบนั้นถูกจัดสรรไปที่หน่วยใด และอยู่ในความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่คนใด ซึ่งจะนำไปสู่การหาตัวผู้กระทำความผิดหรือผู้ต้องสงสัยได้โดยง่าย รวมถึงป้องกันการนำบัตรมาใช้ข้ามเขตหรือข้ามหน่วยเลือกตั้ง
ส่วนข้อกังวลของสังคมที่เกรงว่า QR Code หรือบาร์โค้ด จะสามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากต้นขั้วบัตรไปสู่การตรวจสอบว่าประชาชนลงคะแนนเลือกใครนั้น วรพงศ์ ยืนยันหนักแน่นว่าไม่เป็นความจริง รหัสเหล่านี้มีไว้เพื่อตรวจสอบความสุจริตของกระบวนการจัดการเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ตรวจสอบเนื้อหาการลงคะแนน แม้แต่เจ้าหน้าที่ กกต. เอง ก็ไม่สามารถเปิดดูหรือตรวจสอบผ่านรหัสได้ว่าท่านลงคะแนนให้กับผู้สมัครคนใด
ก่อนหน้านี้ จึงไม่มีรหัสบาร์โค้ดหรือ QR Code ปรากฏอยู่นั้น วรพงศ์ ชี้แจงว่า บัตรตัวอย่างมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์รูปแบบและวิธีการกากบาทเท่านั้น ส่วนรหัสต่างๆ ถือเป็น ระบบรักษาความปลอดภัย ที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อใช้ในวันจริง จึงไม่สามารถเปิดเผยหรือจัดพิมพ์ลงในบัตรตัวอย่างได้ เพื่อป้องกันการลอกเลียนแบบหรือช่องโหว่ทางความปลอดภัย
#เลือกตั้ง69
ข่าวทั้งหมด