ม.หอการค้าไทย คาดวาเลนไทน์69เม็ดเงินสะพัดกว่า 2,899.42 ล้านบาท ขยายตัว 7.4%สูงสุดในรอบ6ปี

วันนี้, 17:21น.


          นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจทัศนคติ พฤติกรรม และการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันวาเลนไทน์ ปี 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 1,280 ตัวอย่างทั่วประเทศ พบว่า บรรยากาศโดยรวมมีความคึกคักมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับหลายปีที่ผ่านมา โดยภาพรวมมูลค่าการใช้จ่ายและเม็ดเงินสะพัด คาดการณ์ว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจช่วงวันวาเลนไทน์ปีนี้ประมาณ 2,899.42 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 7.4% เมื่อเทียบกับปี 2568 ซึ่งถือเป็นมูลค่าที่สูงสุดในรอบ 6 ปี (นับตั้งแต่ปี 2564)





           โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 2,401 บาทต่อคน ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉพาะการซื้อของขวัญมอบให้คู่รักเฉลี่ยอยู่ที่ 1,321 บาทต่อคน ซึ่งกลุ่ม Gen X เป็นกลุ่มที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงสุด





          ปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจช่วงวาเลนไทน์ มาจากบรรยากาศทางการเมือง 52% ของกลุ่มโดยกลุ่มตัวอย่างมองว่าบรรยากาศก่อนการเลือกตั้งส่งผลให้เกิดความคึกคักและกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย



           ขณะที่การท่องเที่ยว การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวจีน ช่วยสร้างความเชื่อมั่นในระบบ แม้ประชาชนจะมองว่าราคาสินค้าแพงขึ้น แต่ยังคงมีการวางแผนใช้จ่ายเนื่องจากตรงกับวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐช่วยพยุงไว้



           ด้านนางอุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ผลสำรวจ พบว่า คนส่วนใหญ่ 35.3% ให้ความสำคัญกับวันวาเลนไทน์ระดับปานกลาง ,21.1 % สำคัญมาก ,17.4% สำคัญน้อย, 12.2% ไม่สำคัญเลย ,8.9% สำคัญน้อยมาก และ5.1 %สำคัญอย่างมาก โดยคนเจนZให้ความสำคัญมากที่สุด รองลงมาคือเจนY เจนXและเจนBB



             เมื่อสอบถามถึงความรู้สึกต่อบรรยากาศในช่วงวันวาเลนไทน์พบว่า ส่วนใหญ่ 69.1%ตอบว่า มีความสุข ,20.6% เกิดความคาดหวัง ,7.8%เครียดและกดดัน , 2.0%วิตกกังวลและ0.5%อื่นๆ ส่วนที่มาของเงินที่ใช้ในช่วงวันวาเลนไทน์ 70.1% นำมาจากค่าขนม, 26.1% เงินออม , 1.8% ผู้ปกครอง ,1.4 %เงินช่วยเหลือรัฐและ0.6%โบนัส



             ด้านพฤติกรรมการเฉลิมฉลองและปัจจัยการเลือกซื้อของขวัญ พบว่า การเลือกสถานที่ยอดนิยม อันดับ 1 คือ ร้านอาหาร/การล่องเรือทานอาหาร (32%) ตามด้วยการฉลองที่บ้าน (18.8%) และห้างสรรพสินค้า (15.4%)



              ขณะที่เกณฑ์การเลือกซื้อของขวัญ ประชาชนให้ความสำคัญกับ ความชอบของผู้รับ มากที่สุด (21.4%) รองลงมาคือความสะดวก (15.0%) และรายได้ส่วนบุคคล (13.1%)



#หอการค้าไทยวาเลนไทน์



 



Cr:UTCC Today



 

ข่าวทั้งหมด

X