หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดังในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ได้แล้ว โดยผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนชายอายุ 16 ปี ชาวจังหวัดสงขลา ก่อเหตุเมื่อวันที่ 3 ก.พ. ภายในร้านทองในพื้นที่ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้ทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 33 บาท ก่อนหลบหนีออกจากพื้นที่เกิดเหตุ
ต่อมาตำรวจกองปราบปรามได้สนธิกำลังเข้าควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดอุบลราชธานี หลังตรวจสอบพยานหลักฐานจากภาพกล้องวงจรปิดและข้อมูลแวดล้อม พบว่าผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าวเป็นผู้ก่อเหตุ โดยภายหลังการก่อเหตุได้นำทองคำของกลางไปฝากไว้กับเพื่อนในจังหวัดสงขลา ก่อนเดินทางโดยเครื่องบินจากสนามบินหาดใหญ่ไปยังสนามบินดอนเมือง และต่อรถโดยสารไปยังจังหวัดอุบลราชธานี
ขณะเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าตรวจสอบ ผู้ต้องสงสัยมีพฤติการณ์พยายามหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวไว้ได้โดยทันที จากการสอบสวน ผู้ต้องสงสัยให้การรับสารภาพและเปิดเผยสถานที่ซุกซ่อนทองคำของกลาง ซึ่งอยู่ที่บ้านเพื่อนในจังหวัดสงขลา เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและพบทองคำรูปพรรณซุกซ่อนอยู่ภายในบ้านดังกล่าว จำนวนกว่า 30 เส้น จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง และอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. พร้อม พล.ต.ท. ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 ลงพื้นที่ตรวจสอบของกลางที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีติดตามยึดคืนได้จากห้องพักของเพื่อนผู้ต้อง บนชั้น 3 อพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่ง ที่ถนนนิพัทธ์สงเคราะห์ 5 ซอย 4 ในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่ โดยพบของกลาง ทั้งหมดจำนวน 30 เส้น แบ่งเป็น สร้อยข้อมือ 10 เส้น สร้อยคอ 20 เส้น ทั้งหมด ซุกซ่อนอยู่ในถุงผงซักฟอก แล้วใส่ไว้ในกระเป๋าสะพายผู้หญิง ใช้เสื้อยืดสีดำ ปิดคลุมอำพราง วางกระเป๋าสะพายไว้ในตู้เสื้อผ้าภายในห้อง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 9 ได้เข้ามาตรวจรายละเอียด เก็บลายนิ้วมือเพิ่ม
พล.ต.อ. ธัชชัย ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้คดีดังกล่าวตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้แล้ว เป็นเยาวชนอายุ 16 ปี โดยติดตามไปจับกุมได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดอุบลราชธานี และผู้ต้องหาก็รับสารภาพแล้วว่าก่อเหตุจริง ส่วนของกลางยึดคืนมาได้ 30 เส้น แต่แตกต่างจากที่มีการแจ้งว่าถูกชิงไปได้ทั้งหมด 33 เส้น จึงต้องรอให้ตรวจสอบของกลางทั้งหมด ให้มีความชัดเจนก่อน ส่วนเพื่อนเจ้าของห้องพักที่รับฝากทองไว้ จะมีความผิดด้วยหรือไม่นั้น ก็ต้องสอบสวนและขยายผลก่อนว่ามีส่วนรู้เห็นอย่างไรบ้าง
ส่วนปัจจัยที่เยาวชนคนนี้ตัดสินใจก่อเหตุชิงทองนั้นขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจชุดจับกุม ซึ่งประกอบไปด้วยตำรวจจากกองบังคับการปราบปราม และตำรวจภูธรภาค 9 ซึ่งตรงได้สั่งการ ให้สอบสวนอย่างละเอียดแล้วว่า เหตุใดที่ก่อเหตุนี้ ส่วนผู้ต้องหาเป็นเยาวชนหนักใจหรือไม่นั้น ต้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ แต่เยาวชนที่ทำผิดกฎหมายก็มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่จะดำเนินคดีอยู่แล้ว และให้ศาลพิจารณาบทลงโทษต่างๆ
#ชิงทองหาดใหญ่
ข่าวทั้งหมด