สัญญาน้ำมันดิบ เวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์ค ปิดพุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันพุธ (4 ก.พ.) หลังมีสัญญาณบ่งชี้ว่าแผนการเจรจาระหว่างสหรัฐและอิหร่านในวันศุกร์นี้อาจล้มเหลว นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้แรงหนุนจากสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ลดลงมากกว่าคาดในสัปดาห์ที่แล้ว สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมี.ค. เพิ่มขึ้น 1.93 ดอลลาร์ ปิดที่ 65.14 ดอลลาร์/บาร์เรล สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 2.13 ดอลลาร์ ปิดที่ 69.46 ดอลลาร์/บาร์เรล
แหล่งข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ว่า ทางการสหรัฐฯ ได้ปฏิเสธคำขอของอิหร่านในการขอเปลี่ยนแปลงสถานที่เจรจาซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 6 ก.พ.นี้ ซึ่งส่งสัญญาณว่าการเจรจาในวันศุกร์นี้อาจล้มเหลว
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐ เผชิญแรงเทขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ท่ามกลางความวิตกกังวลว่ามูลค่าของหุ้นกลุ่มนี้อาจสูงเกินไป ส่งผล ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 49,501.30 จุด เพิ่มขึ้น 260.31 จุด ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,882.72 จุด ลดลง 35.09 จุด และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 22,904.58 จุด ลดลง 350.61 จุด
สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกติดต่อกันเป็นวันที่สองในวันพุธ (4 ก.พ.) สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนเม.ย. เพิ่มขึ้น 15.80 ดอลลาร์ หรือ ปิดที่ 4,950.80 ดอลลาร์/ออนซ์ นักลงทุนยังคงเดินหน้าช้อนซื้อทองคำหลังจากราคาร่วงลงอย่างหนักก่อนหน้านี้ ขณะที่นักวิเคราะห์ยังคงมีมุมมองบวกต่อแนวโน้มราคาทองคำ
โดย JPMorgan คาดการณ์ว่า ราคาทองคำจะพุ่งขึ้นแตะระดับ 6,300 ดอลลาร์/ออนซ์ ภายในสิ้นปี 2569 โดยได้แรงหนุนจากการที่ธนาคารกลางและนักลงทุนยังคงต้องการซื้อทองคำ โดย JPMorgan คาดว่าธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ จะเข้าซื้อทองคำรวม 800 ตันในปี 2569 เนื่องจากธนาคารกลางยังคงมีแนวโน้มที่จะกระจายความเสี่ยงในทุนสำรองระหว่างประเทศ
#ทองวันนี้
ข่าวทั้งหมด