ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ หรือ สบส. กล่าวว่า สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ในหลายพื้นที่ยังมีแนวโน้มเกินมาตรฐาน โดยเฉพาะกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคเหนือ กรม สบส.โดยกองสุขศึกษา จึงร่วมกับเครือข่ายเฝ้าระวังพฤติกรรมระดับพื้นที่ สำรวจพฤติกรรมป้องกันฝุ่น PM 2.5 ในกลุ่มวัยทำงานอายุ 15–59 ปี จำนวน 6,787 คน ผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งข้อมูลทั่วไปพบว่า มีการรับรู้ และความเชื่อว่าฝุ่น PM 2.5 จะส่งผลกระทบร้ายแรงถึงชีวิต ร้อยละ 93.31 ทำให้ต้องหยุดงานและเสียรายได้ ร้อยละ 86.88 และทำให้ใช้ชีวิตลำบาก ร้อยละ 85.88
ถึงแม้ส่วนใหญ่จะมีการรับรู้ถึงอันตรายของฝุ่น PM 2.5 แต่ก็ยังพบว่าวัยทำงานส่วนใหญ่ยังขาดความตระหนักต่อสถานการณ์ฝุ่นในประเทศ
โดยมีพฤติกรรมที่สุ่มเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดฝุ่น PM 2.5 หรือผลกระทบต่อสุขภาพจากการได้รับฝุ่น ใน 2 หัวข้อหลักๆ ได้แก่
1.การเลือกใช้รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ส่วนตัวแทนการใช้รถสาธารณะ ร้อยละ 51.62
2.การไม่เช็กค่าฝุ่นก่อนออกจากที่พัก ร้อยละ 47.69
นอกจากนี้ ในประเด็นการรับรู้อุปสรรคต่อการป้องกันตนเอง ร้อยละ 72.22 เห็นว่า หน้ากาก N95 ที่มีคุณภาพ มีราคาแพง เกินกว่าที่จะซื้อมาใช้ได้อย่างต่อเนื่องร้อยละ 71.22 เห็นว่า การสวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น หรือสวมหน้ากาก N95 ทำให้รู้สึกอึดอัด หรือหายใจไม่สะดวก ร้อยละ 63.57 เห็นว่า การหลีกเลี่ยงการเผา หรือหลีกเลี่ยงพื้นที่ก่อสร้าง ทำให้ต้องเสียเวลา หรือไม่สะดวกในการทำกิจกรรมต่างๆ จากผลการเฝ้าระวังดังกล่าว จึงมีความจำเป็นจะต้องเร่งสร้างความเข้าใจและแรงจูงใจให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน
#วัยทำงานไม่กลัวฝุ่น
#กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ
ข่าวทั้งหมด