นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) รอหลักฐานจากกองบัญชาการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และสืบสวน สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานในการดำเนินคดีตามที่ บก.ปอท. ได้แจ้งต่อสำนักงาน กสทช. และขอให้ร่วมลงพื้นที่ จ. สระแก้ว เป็นการเร่งด่วนเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2569
หลังจาก บก.ปอท. ได้รับการประสานจากธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งว่า พบหมายเลขประจำ IP Address ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไทย ถูกเชื่อมต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตและใช้รับโอนเงินที่ได้จากการหลอกลวงประชาชนของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นบัญชีม้าแถวที่ 1 โดยโอนเงินผ่านแอปพลิเคชันของธนาคาร และพบว่าการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ประเทศกัมพูชา ซึ่งตรงกับข้อมูลการรับแจ้งความของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
สำหรับการลงพื้นที่ร่วมกันตรวจสอบจุดเชื่อมต่อโครงข่ายอินเทอร์เน็ต (โหนด) ในพื้นที่ ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ในวันที่ 21 ม.ค. 2569 เป็นการเร่งด่วน
จากนั้นได้ประชุมสำนักที่กำกับดูแลกิจการโทรคมนาคมทั้งหมดเพื่อเตรียมเสนอบทลงโทษกรณีผู้ให้บริการโทรคมนาคมกระทำความผิดเกี่ยวกับการประกอบกิจการต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ซึ่งภายในเดือน ม.ค. เพียงเดือนเดียวสำนักงาน กสทช. ได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบการกระทำที่อาจเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อบังคับใช้กฎหมายโทรคมนาคมอย่างแคร่งครัด จำนวน 3 กรณี ได้แก่
(1) กรณีการแอบวางท่อลากสายการให้บริการโทรคมนาคมไปยังพม่า ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ซึ่งพบในพื้นที่บ้านหลังหนึ่งตรงข้ามชเวก๊กโก
(2) การตรวจสอบการจำหน่ายกล้องวงจรปิดที่มีการลักลอบนำซิมจากต่างประเทศขายพ่วงในอุปกรณ์ และอุปกรณ์ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มีการแอบอ้างใช้เอกสารราชการในการขายสินค้าหลอกลวงประชาชน ในพื้นที่ซอยลาดพร้าว 101 กทม. และ
(3) การลงพื้นที่ตามการรับแจ้งของ บก.ปอท. เพื่อตรวจสอบการนำบริการอินเทอร์เน็ตไปใช้ยังกัมพูชา ในจ.สระแก้ว สำนักงาน กสทช. ขอยืนยันว่าจะเร่งดำเนินการรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
#ส่งเน็ตไปเขมร
#กสทช
#ปอท
ข่าวทั้งหมด