หลังเกิดเหตุกลุ่มหัวรุนแรง กระจายกำลังกับลอบวางระเบิด สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ในพื้นที่ 5 จุด 5 อำเภอของ จ.นราธิวาส คือ สุไหงโก-ลก แว้ง เจาะไอร้อง ระแงะ และจะแนะ ได้รับความเสียหาย เหตุเกิดในช่วงดึกของวันที่ 11 ม.ค. 69 จากการสืบสวนสอบสวนเก็บวัตถุพยานในพื้นที่จุดเกิดเหตุทั้ง 5 จุด พบว่า ระเบิดแสวงเครื่องที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ บรรจุในภาชนะถังดับเพลิง หนักลูกละ 20 กก. แต่ละจุดจะมีการจุดชนวนระเบิด 2 ระบบ คือ จุดชนวนด้วยการตั้งเวลาและใช้รีโมตคอนโทรล ไปวางก่อเหตุในแต่ละที่เป้าหมายทั้งตู้หัวจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น รวมทั้งรถบรรทุกน้ำมัน โดยมุ่งเน้นความเสียหายแต่ไม่ประสงค์ชีวิต
หน่วยงานความมั่นคงและชุดคลี่คลายคดีความมั่นคงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้นำภาพจากกล้องวงจรปิดที่แต่ละปั๊มน้ำมันสามารถบันทึกกลุ่มคนร้ายเอาไว้ได้ มาทำการตรวจสอบและนำไปเปรียบเทียบกับวงจรปิดที่คนร้ายเคยก่อเหตุในพื้นที่ทั้ง 5 อำเภอ ที่ได้รับความเสียหายกับการลอบวางระเบิดปั๊มจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงในครั้งนี้ พบว่า จากพฤติกรรมรูปพรรณสัณฐานรวมไปถึงการคุ้มกันในระหว่างก่อเหตุของกลุ่มคนร้าย มีการวางแผนเป็นระบบ ทั้งการเข้าก่อเหตุและในระหว่างหลบหนี
ซึ่งผลจากการประเมินและวิเคราะห์เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่เชื่อมั่นว่ากลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ เป็นกลุ่มสมาชิกผู้ก่อเหตุรุนแรงกลุ่มเดิมๆ ที่อาจจะมีสมาชิกคนรุ่นใหม่ในพื้นที่เกิดขึ้นในแต่ละจุดมาเสริมเขี้ยวเล็บ ในการสอดส่องดูแลช่วงเวลาที่ปลอดภัยที่สุดในการลงมือปฏิบัติกา
แนวทางในการติดตามพฤติกรรม สืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามจับกุมทั้งผู้บงการ แกนนำและสมาชิกของเครือบุคคลที่ก่อเหตุลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมันเชื้อเพลิง ทั้ง 5 จุด ใน 5 อำเภอ โดยแยกเป็น
1.คนร้ายที่ก่อเหตุในพื้นที่ อ.เจาะไอร้อง เป็นกลุ่มนายมูซอฮา เจะเด็ง ที่เคยร่วมก่อเหตุปล้นทองห้างบิ๊กซี สุไหงโก-ลก
2.อ.ระแงะ เป็นกลุ่มนายอารง ดือราโพ ที่เคยก่อเหตุปล้นรถบริษัทโค้กและนำไปใช้เป็นพาหนะปล้นร้านค้าในพื้นที่ อ.ระแงะ
3.อ.จะแนะ เป็นกลุ่มนายอับดุลเลาะ บูละ ที่เคยก่อเหตุลอบเผารถยนต์และเครื่องจักรกลในเหมืองแร่
4.อ.แว้ง เป็นกลุ่มนายตอเย็บ เมทารง ที่เคยก่อเหตุลอบวางระเบิดโรงไฟฟ้าชีวมวล และ
5.อ.สุไหงโก-ลก เป็นกลุ่มเครือข่ายเดียวกันกับนายตอเย็บ เมทารง ที่เคยปล้นทองห้างบิ๊กซีสุไหงโก-ลก ที่เจ้าหน้าที่กำลังแกะรอยเชื่อมโยง และกลุ่มคนร้ายทั้ง 5 กลุ่มที่ร่วมก่อเหตุในครั้งนี้ ได้มีการแยกย้ายหลบหนีเป็น 2 ส่วน คือ หลบหนีกบดานเทือกเขา และบางส่วนหลบหนีกบดานประเทศเพื่อนบ้านตามช่องทางธรรมชาติ
ส่วนการเคลียร์พื้นที่ที่เสียหายของ สถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง ปตท. ของห้างหุ้นส่วนจำกัด ตันหยงมัส ออยล์ ซึ่งตั้งอยู่หมู่ 1 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ ล่าสุด เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาตันหยงมัส ได้เข้าไปตรวจสอบระบบไฟฟ้า พบว่า หม้อแปลงไปฟ้า 2 ลูก ได้รับความเสียหายจากสะเก็ดระเบิดทั้งหมด ต้องเปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟ้าลูกใหม่จำนวน 2 ลูก ด้านพนักงานของปั๊ม ปตท. ได้เดินทางมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่เยียวยา มาตรวจสอบความเสียหายแทนเจ้าของปั๊มที่ติดภารกิจ โดยพนักงานทั้ง 2 คน ได้เปิดเผยถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น โดยพนักงานปั๊มน้ำมัน ยอมรับว่า หลังจากนี้ก็ยังไม่แน่ใจว่าจะสามารถไปทำงานอะไรต่อได้ หรือจะหางานใหม่จากที่ใด ขณะเดียวกันยังต้องรับภาระเลี้ยงดูลูก โดยรายได้หลักมาจากตนเองเป็นหลัก ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครอบครัว ส่วนพนักงานบัญชีของปั๊มเล่าว่า ในช่วงนี้ยังคงช่วยนายจ้างทำงานเท่าที่ทำได้ เช่น การช่วยเคลียร์เอกสารและงานด้านบัญชีต่าง ๆ เพื่อประคองสถานการณ์ไปก่อน
#เร่งเคลียร์พื้นที่
#ลอบวางระเบิดปั๊มน้ำมัน
ข่าวทั้งหมด