พ.ต.อ.ธัญ ศิริขันธ์ ผกก.สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ทหาร ฉก.นย.33 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขาปาเสมัส ม.3 ต.ปาเสมมัส อ.สุหงโก-ลก หนึ่งในจุดที่ถูกคนร้ายลอบวางระเบิด
จากการตรวจสอบพบว่าเหตุเกิดในช่วงเวลา 01.05 น. วันที่ 11 ม.ค. โดยกล้องวงจรปิดจับภาพคนร้ายลอบนำระเบิดแสวงเครื่องที่ประกอบใส่ไว้ในถังเคมีดับเพลิง คนร้ายตั้งเวลาจุดระเบิดห่างกันลูกละ 5 นาที จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณริมถนนทางเข้าปั๊มน้ำมัน พบคนร้ายแต่งกายชุดดำ พร้อมอาวุธปืนครบมือ ในจำนวนนั้น 4 คน ได้แบกระเบิดแสวงเครื่องคนละ 1 ลูก มาจากพุ่มไม้ใหญ่ตรงข้ามกับปั๊มน้ำมัน นำไปวางไว้ที่เป้าหมายทั้ง 4 จุด
ขณะเกิดเหตุ ร.ต.อ.ประสิทธิ์ บำรุง รอง สว.ป. สภ.ระแงะ พร้อมตำรวจจำนวนหนึ่งนำกำลังเข้ามารักษาการป้องกันเหตุพอดี จึงถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บบริเวณแขนขวา ถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลระแงะ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบคนร้ายแต่งชุดดำก่อเหตุ จำนวน 4-5 คน
เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุของสถานีจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง ปตท.ทั้ง 5 สาขาใน 5 อำเภอ พบว่าคนร้ายใช้วัตถุระเบิดชนิดเดียวกัน มีการนัดแนะก่อเหตุในเวลาใกล้เคียงกันเชื่อว่ามีการวางแผนก่อเหตุเชื่อมโยงพร้อมกันในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อทำลายด้านเศรษฐกิจ
พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการด่วนให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. (ด้านความมั่นคง) ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า (ผบ.ศปก.ตร.สน.) และพล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9 เร่งตรวจสอบและสืบสวนสอบสวนเหตุกลุ่มคนร้ายลอบวางระเบิด วางเพลิง ปั๊มน้ำมัน และร้านสะดวกซื้อภายในปั๊มน้ำมัน รวม 11 แห่ง ในพื้นที่ จ.ยะลา นราธิวาส และปัตตานี พร้อมกำชับให้ติดตามกลุ่มคนร้ายก่อความไม่สงบมาดำเนินคดีโดยเร็ว ย้ำให้สืบสวนสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอย่างรอบคอบ โดยรับรายงานเบื้องต้นว่า เป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ สร้างสถานการณ์ความรุนแรงในคืนก่อนเลือกตั้ง อบต.
ขณะนี้การสืบสวนสอบสวนมีความคืบหน้าในหลายจุด ขณะที่ผบ.ตร.ย้ำให้ตำรวจทุกหน่วยในพื้นที่ ทั้งตำรวจภูธรจังหวัด และตำรวจตระเวนชายแดน สืบสวนติดตามการข่าวอย่างเข้มข้น ยกระดับดับมาตรการรักษาความปลอดภัยทุกมิติ รักษาความสงบในพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน
หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ออกประกาศฉบับที่ 29/2569 เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส บังคับใช้กฎอัยการศึกในจังหวัดนราธิวาสครอบคลุมทุกอำเภอ เป็นไปตามประกาศและพระบรมราชโองการก่อนหน้านี้ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่
หลังสถานการณ์ความไม่สงบยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเหตุลอบวางระเบิดและการก่อความรุนแรงในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ต้องยกระดับการควบคุมพื้นที่ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457
สาระสำคัญของมาตรการ ประกอบด้วยการเพิ่มความเข้มงวดบริเวณจุดผ่านแดนตามแนวชายแดนไทย–มาเลเซีย โดยควบคุมการเข้า–ออกของยานพาหนะทุกประเภท การเดินทางของประชาชน และการค้าขายสินค้าทุกชนิด ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
พร้อมกันนี้ มีการประกาศ ห้ามบุคคลออกนอกเคหะสถาน (เคอร์ฟิว) ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ระหว่างเวลา 21.00–05.00 น. เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายปกครองในพื้นที่
ข่าวทั้งหมด