สำนักข่าวสิทธิมนุษยชน (Human Rights Activists News Agency : HIVA) ในสหรัฐฯ รายงานว่า การปราบปรามผู้ประท้วงทั่วประเทศอิหร่านทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 538 คน และมีผู้ถูกจับกุมตัวอีกกว่า 10,600 คนในช่วง 2 สัปดาห์ โดยในกลุ่มผู้เสียชีวิตมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง 48 คน
อย่างไรก็ตาม อินเทอร์เน็ตและโทรศัพท์ในอิหร่านใช้งานไม่ได้ และรัฐบาลอิหร่านยังไม่เปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตโดยรวมจากการประท้วง
สำนักข่าวสิทธิมนุษยชนรายงานว่า รูปแบบการประท้วงในกรุงเตหะรานมีลักษณะเป็นการชุมนุมกระจัดกระจาย และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เพื่อตอบสนองต่อการที่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวนมาก และมีการใช้โดรนสอดแนมติดตามการชุมนุมประท้วง
การประท้วงในอิหร่านเริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2568 เนื่องจากค่าเงินเรียลอิหรานที่อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว มีอัตราซื้อขายมากกว่า 1.4 ล้านเรียลต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังถูกกดดันด้วยมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งเป็นผลมาจากโครงการนิวเคลียร์ การประท้วงเพิ่มความรุนแรงขึ้นและข้อเรียกร้องขยายไปสู่การเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดีย สนับสนุนผู้ประท้วง ระบุว่า “อิหร่านกำลังมองหาอิสรภาพ อาจจะมากกว่าที่เคยเป็นมา สหรัฐอเมริกาพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ!!!”
โดยในขณะนี้ประธานาธิบดีทรัมป์และทีมงานด้านความมั่นคงแห่งชาติกำลังพิจารณามาตรการตอบโต้ต่ออิหร่าน รวมถึงการโจมตีทางไซเบอร์และการโจมตีโดยตรงจากสหรัฐฯ หรืออิสราเอล
นายบาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน กล่าวว่า หากอิหร่านถูกโจมตี ทั้งอิสราเอลที่เขาเรียกว่า “ดินแดนที่ถูกยึดครอง” ศูนย์บัญชาการ ฐานทัพ และเรือรบของสหรัฐฯ ทั้งหมดในภูมิภาคนี้ก็จะเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมของอิหร่าน
...
#ประท้วงในอิหร่าน
#สหรัฐอเมริกา
ข่าวทั้งหมด