ในวันนี้ศุกร์ที่ 9 มกราคม เวลา 13.30 น. ศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำพิพากษาในคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือบิ๊กโจ๊ก อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดเพื่อขอให้ศาลปกครองสูงสุดเพิกถอนคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน หลังก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ตกเป็นผู้ต้องหาคดีเว็บพนันออนไลน์ “BNK MASTER” และถูกดำเนินคดีอาญาในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน ทำให้ถูกคำสั่งให้ออกจากราชการฯ
โดยองค์คณะตุลาการศาลปกครองสูงสุด จะอ่านคำพิพากษาที่ห้องพิจารณาคดี 1 ชั้น 3 อาคารศาลปกครองสูงสุด ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร C ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ โดยพบว่า ศาลปกครองสูงสุดได้ขอความร่วมมือกับสื่อมวลชนในการคุมเข้มการเข้าฟังการอ่านคำพิพากษาคดีดังกล่าวที่อยู่ในความสนใจของสังคมและสื่อมวลชน
โดยให้สื่อมวลชนทำการแลกบัตรเพื่อเข้าอาคารศาลปกครองสูงสุด และจะมีเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์พาไปที่ห้องรับรองสื่อมวลชนจากนั้น เจ้าหน้าที่จะพาไปที่ห้องพิจารณาคดี 1 ชั้น 3 ในเวลา 13.15 น. และสื่อมวลชนที่เข้ารับฟังการอ่านคำพิากษาให้ฝากโทรศัพท์มือถือไว้ที่ห้องเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ก่อนเข้าห้องพิจารณาคดี หลังจากอ่านคำพิพากษาเสร็จจะมี Press Release แจก และมีการเตรียมสถานที่สำหรับให้สื่อมวลชน สัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องจากทั้งสองฝ่ายคือผู้ฟ้องกับผู้ถูกฟ้องเป็นการเฉพาะ ทั้งคาดว่าไม่เกิน 15.00 น. น่าจะเสร็จสิ้น
สำหรับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ก่อนหน้านี้ ถูก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มีคำสั่งเมื่อวันที่ 18 เม.ย. 67 ให้ออกจากราชการไว้ก่อน หลังถูกดำเนินคดีเว็บพนันออนไลน์ จากนั้นก็มีการสู้คดีกันเรื่อยมา จนต่อมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งให้ออกจากราชการ ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ เพื่อแย้งว่าคำสั่งให้ออกจากราชการดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) มีมติ 6 ต่อ 0 ว่า การที่ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงนามคำสั่ง ตร.ที่ 159/2568 ลงวันที่ 11 มี.ค.2568 เรื่องลงโทษข้าราชการตำรวจออกจากราชการ 5 ราย ที่มี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รวมอยู่ด้วย เนื่องจากมีกรณีถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเว็บ พนันออนไลน์ BNKMASTER และถูกดำเนินคดีอาญา ตามคดีอาญาที่ 391/2566 ของ สน.เตาปูน พร้อมทั้งถูกศาลอาญาออกหมายจับในความผิดฐาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งเป็นการกระทำผิดอย่างร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2565 ซึ่งการประชุมดังกล่าว มี ก.พ.ค.ตร. 6 คนเข้าประชุม ขาดเพียงพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ที่ได้ถอนตัวไปตั้งแต่แรก เนื่องจากเคยเป็นคู่ขัดแย้งกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ทำให้ต่อมา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ต้องมายื่นเรื่องต่อศาลปกครองสูงสุด ตามขั้นตอน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ จนศาลปกครองสูงสุดนัดอ่านคำตัดสินในวันนี้
ด้านนายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางไปยื่นคำร้องต่อประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีกรรมการ ป.ป.ช. คนหนึ่งถูกกล่าวหาว่ารับสินบนทองคำ 246 บาท เพื่อวิ่งเต้นคดีจากอดีตรอง ผบ.ตร. ชื่อดังคนหนึ่งหรือไม่ อันอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 235 (1) ประกอบ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต 2561 มาตรา 87 บัญญัติไว้
เพื่อขอให้ไต่สวนข้อเท็จจริงว่าพฤติการณ์หรือการกระทำของกรรมการ ป.ป.ช.ที่ถูกกล่าวหาดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงในข้อ 6 ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 9 ข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 13 ข้อ 17 ข้อ 19 ข้อ 21 ประกอบข้อ 23 หรือไม่ หากฝ่าฝืนให้มีมติส่งไปยังศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัยลงโทษตามครรลองของกฎหมาย เฉกเช่นนักการเมืองอื่นๆ ที่ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงต่อไป
#ปลดโจ๊กออกจากราชการ
#ศาลปกครองสูงสุด
ข่าวทั้งหมด