ธปท.ประเมิน เศรษฐกิจไทยปีนี้ชะลอตัวต่อเนื่อง-เสี่ยงภาวะเงินฝึด คาดเติบโตได้ร้อยละ 1.5

07 มกราคม 2569, 14:57น.


       แนวโน้มเศรษฐกิจไทย นางปราณี สุทธศรี ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธปท. กล่าวว่า ธปท. ประเมินว่า เศรษฐกิจไทย ที่คาดว่าปี 2568 จะโต 2.2% ปี 2569 ที่คาดจะโตแค่ 1.5% และ ปี 2570 ที่คาดว่าจะโต 2.3% ถือว่าโตต่ำกว่าระดับศักยภาพ



            ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้าง จากการที่พึ่งพาภาคต่างประเทศสัดส่วนค่อนข้างสูง ทั้งการส่งออกสินค้าที่มีสัดส่วนถึง 60% และ การท่องเที่ยว 8% ของจีดีพี ขณะเดียวกันความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยยังด้อยลงต่อเนื่อง แม้จะเห็นตัวเลขส่งออกที่ดีในปี 2568 คือ โตประมาณ 12% แต่ถามว่าเป็น engine of growth ได้ดีเหมือนในอดีตหรือไม่ เนื่องจากการผลิตภาคอุตสาหกรรมไม่โต ขณะที่การแข่งขันกับสินค้านำเข้าก็รุนแรงมากขึ้น โดยสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งออกได้ดี แต่ก็มี Import content ที่สูง ทำให้เราไม่ค่อยได้รับอานิสงส์จากส่งออกที่โต



          ส่วนภาคการท่องเที่ยว เมื่อเทียบกับญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และเวียดนาม ทุกประเทศนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นสูงกว่าช่วงโควิดหมด มีแค่ไทยที่จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ผลจากขีดความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงของ 2 ภาคดังกล่าว ส่งผลให้การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในช่วงหลังมาจากภาคบริการเป็นหลัก จะเห็นได้จากมีกำลังแรงงานเคลื่อนย้ายเข้าสู่ภาคบริการเพิ่มมากขึ้น แต่เป็นภาคบริการดั้งเดิมที่จ้างงานราคาถูกเป็นหลัก ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าศักยภาพ



          โดยปีนี้ประเมินว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้ 1.5% ชะลอลงตามการบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอลงตามรายได้ และ การส่งออกสินค้าที่จะชะลอลง รวมถึงปัจจัยฐานสูง และปัจจัยชั่วคราวจากแรงส่งภาครัฐที่จะมีการเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้าประมาณ 2-3 เดือน เนื่องจากมีการยุบสภาและจะเลือกตั้งใหม่ในปีนี้



          นายสุรัช แทนบุญ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายการเงิน ธปท. กล่าวว่า ในปีนี้ ประเมินว่าอัตราเงินเพื่อทั่วไปอยู่ในระดับต่ำจากปัจจัยด้านอุปทานเป็นสำคัญ ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อด้านอุปสงค์มีจำกัด โดยความเสี่ยงภาวะเงินฝืดยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนจากเครื่องชี้แนวโน้มราคาไปข้างหน้าที่ทรงตัว รวมถึงเงินเฟ้อคาดการณ์ระยะปานกลางที่ยังยึดเหนี่ยวในกรอบเป้าหมาย ส่วนอัตราเงินเพื่อทั่วไปคาดว่าจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมายในครึ่งแรกของปี 2570



          สำหรับประเด็นที่เงินบาทแข็งค่านำสกุลเงินภูมิภาค เป็นไปตามทิศทางการผ่อนคลายนโยบายการเงินของสหรัฐ และปัจจัยเฉพาะของไทย ส่งผลกระทบต่อผู้ส่งออกโดยเฉพาะ SMEs อย่างไรก็ดี ธปท. ได้ยกระดับการตรวจสอบธุรกรรมเงินตราต่างประเทศอย่างใกล้ชิด ทั้งที่เกี่ยวเนื่องและไม่เกี่ยวกับทองคำ รวมถึงพิจารณาแนวทางดำเนินการกับธุรกรรมที่สร้างแรงกดดันต่อค่าเงินบาทอย่างมีนัยสำคัญ



          สำหรับ กนง. ที่มีมติลดดอกเบี้ยล่าสุด เพื่อให้นโยบายการเงินอยู่ในระดับที่ผ่อนคลาย เพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ



#เศรษฐกิจไทย



#ธนาคารแห่งประเทศไทย



 



 

ข่าวทั้งหมด

X