กกต.ชี้แจงขั้นตอนออกเสียงประชามติ ไม่สามารถขยายเวลาลงทะเบียนออกเสียงนอกเขตได้

04 มกราคม 2569, 22:19น.


          สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเผยแพร่ข่าวเลขที่ 13/2569 วันที่ 4 มกราคม 2569 ชี้แจงขั้นตอนการออกเสียงประชามติ ที่ไม่สามารถขยายระยะเวลาการลงทะเบียนออกเสียงประชามติ (นอกเขต) และการไม่ได้จัดการออกเสียงประชามติทางไปรษณีย์ (ในประเทศไทย)


          สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอชี้แจงขั้นตอนการออกเสียงประชามติ และไม่สามารถขยายระยะเวลาการลงทะเบียนออกเสียงประชามติ (นอกเขต) ได้ ดังนี้


          1. ประเด็นการเปิดรับลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียง นอกราชอาณาจักร และที่ออกเสียงประชามติสำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ ระหว่างวันที่ 3 - 5 มกราคม 2569


          ด้วยนายกรัฐมนตรีได้ประกาศกำหนดวันออกเสียงประชามติ โดยกำหนดให้วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันออกเสียงประชามติ ซึ่งเป็นวันเดียวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงได้ออกประกาศกำหนดวัน และเวลายื่นคำขอลงทะเบียนใช้สิทธิลงคะแนนออกเสียงประชามตินอกเขตออกเสียง นอกราชอาณาจักร และที่ออกเสียงประชามติ สำหรับคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุ โดยกำหนดให้ยื่นลงทะเบียน ระหว่างวันที่ 3 - 5 มกราคม 2569


          ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการออกเสียงประชามติที่กำหนดให้วันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ เป็นการเลือกตั้งทั่วไป พ.ศ. 2568 ข้อ 105 กำหนดว่า : ภายใต้บังคับมาตรา 41 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศกำหนดระยะเวลาลงทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งแล้ว (เลือกตั้ง สส.) ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกำหนดระยะเวลาลงทะเบียนขอใช้สิทธิออกเสียงนอกเขตออกเสียง โดยให้มีห้วงระยะเวลาเดียวกันกับระยะเวลาการลงทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้ง (เลือกตั้ง สส.กำหนดลงทะเบียน (ล่วงหน้า) ได้ถึงวันที่ 5 มกราคม 2569)


          คณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงได้ประกาศกำหนดวัน และเวลายื่นคำขอลงทะเบียนออกเสียงประชามติ มีระยะเวลา 3 วัน คือวันที่ 3 – 5 มกราคม 2569 (หลังจากนายรัฐมนตรีประกาศกำหนดวันออกเสียงประชามติ (วันที่ 2 มกราคม 2569)) ประกอบกับระเบียบฯ ข้อ 105 จะต้องให้มีห้วงระยะเวลาเดียวกันกับระยะเวลาการลงทะเบียนเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งในการเลือกตั้ง สส. หากจะต้องขยายระยะเวลาการลงทะเบียนจะมีผลกระทบต่อการจัดทำบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติของหน่วยเลือกตั้งปกติทั้งประเทศ (ประมาณ 101,000 หน่วย) ของสำนักทะเบียนอำเภอและสำนักทะเบียนท้องถิ่นที่จะต้องดำเนินการตามกรอบระยะเวลา ดังนี้


• วันที่ 6 มกราคม 2569 ตรวจสอบข้อมูลการย้าย การคัดเลือกคนและบ้าน ตรวจสอบบ้านที่ลงหน่วยเลือกตั้งไม่ได้ 


• วันที่ 7 มกราคม 2569 จัดทำ Mark บุคคลที่ขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกเขต นอกราชอาณาจักร ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และประมวลผลผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 


• วันที่ 8 มกราคม 2569 เปิดพิมพ์บัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ พร้อมกันทั้งประเทศ (ทุกสำนักทะเบียน)


• วันที่ 10 มกราคม 2569 ประมวลหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน สส. (ส.ส.1/6) และหนังสือแจ้งเจ้าบ้านออกเสียงประชามติ (อ.ส. 2/8)


• วันที่ 13 มกราคม 2569 ประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 25 วัน


          2. ประเด็นการไม่ได้จัดการออกเสียงประชามติทางไปรษณีย์ (ในประเทศไทย)


          ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564 และที่แก้ไขเพิ่มเติม การออกเสียงให้ใช้วิธีลงคะแนนออกเสียงโดยตรงและลับ


          การออกเสียงประชามติให้กระทำโดยใช้บัตรออกเสียง หรือการออกเสียงทางไปรษณีย์ หรือออกเสียงโดยเครื่องลงคะแนนออกเสียงอิเล็กทรอนิกส์ หรือออกเสียงทางระบบเทคโนโลยีสารสนเทศหรือออกเสียงโดยวิธีอื่น โดยวิธีการนั้นสามารถป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประชาชนเข้าถึงได้โดยสะดวก และอาจใช้วิธีลงคะแนนวิธีใดวิธีหนึ่งหรือหลายวิธี และใช้ในเขตออกเสียงหนึ่งหรือหลายเขตออกเสียง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด


          กฎหมายกำหนดให้วิธีการออกเสียงประชามติ สามารถป้องกันการทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง อยู่ระหว่างศึกษาหาวิธีการที่ทำให้การออกเสียงประชามติทางไปรษณีย์สามารถกระทำได้โดยป้องกันการทุจริตดังกล่าว และเป็นการลงคะแนนออกเสียงโดยตรงและลับ


          เหตุผลที่ไม่ได้จัดการออกเสียงประชามติทางไปรษณีย์ เนื่องจากมีข้อจำกัด ดังนี้


 1. การลงคะแนนทางไปรษณีย์ อาจจะไม่เป็นการลงคะแนนโดยตรงและลับ ตามมาตรา 12 เนื่องจากผู้มีสิทธิออกเสียงอาจถูกชักนำ หรือถูกบังคับจากผู้อื่นในการออกเสียงลงคะแนนได้ หรืออาจมีการออกเสียงลงคะแนนแทนกัน ส่งผลทำให้การออกเสียงประชามติมิได้เป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย


 2. การจัดส่งบัตรออกเสียงประชามติไปถึงผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติที่ได้ลงทะเบียนไว้หรือไม่ และสามารถส่งบัตรออกเสียงประชามติที่ลงคะแนนแล้ว กลับคืนมายังสถานที่ที่คณะกรรมการการออกเสียงประจำเขตออกเสียง กำหนดได้ภายในระยะเวลาที่กำหนดหรือไม่


 3. มีความยุ่งยากที่จะต้องมีการยืนยันตัวบุคคลผู้ลงคะแนนออกเสียงประชามติและเป็นภาระแก่ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ เนื่องจากจะต้องมีการยืนยันตัวตนพร้อมทั้งแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนส่งกลับมาพร้อมกับบัตรออกเสียงประชามติด้วย


          สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขอยืนยันว่า การจัดการออกเสียงประชามติที่กำหนดวันออกเสียงประชามติในวันเดียวกับวันเลือกตั้ง สส. ได้ดำเนินการโดยยึดหลักกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย


          สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและติดตามข้อมูลข่าวสารการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ ได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th หรือสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือบริการสายด่วน 1444


....


#เลือกตั้ง


#การเมือง
ข่าวทั้งหมด

X