หยุดยิง! แต่ไม่หยุดรื้อฐานทหารกัมพูชา ไทยย้ำ ส่งตัว 18 เชลยศึกกลับประเทศตามหลักมนุษยธรรม

วันนี้, 15:18น.


          หลังการยุติการสู้รบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2568  ปฎิบัติการของทหารไทยเพื่อเข้าเคลียร์พื้นที่ยังเดินหน้าต่อไป ล่าสุด ทหารช่างนำรถแม็คโครเข้ารื้อทำลายฐานทหารกัมพูชา ซึ่งถูกปรับใช้เป็นช่อง ในพื้นที่ปราสาทคนา พบเสื้อชั้นใน-กางเกงในผู้หญิงและเสื้อผ้าชายหญิงซุกคาฐานจำนวนมาก



          ทหารไทยเข้าเคลียร์พื้นที่ฐานทหารกัมพูชา พบเครือข่ายอุโมงค์ถ้ำใต้ดินขนาดใหญ่ทอดยาวหลายสิบเมตรอยู่ใต้ฐาน ซึ่งเกิดจากการเจาะสกัดชั้นหินและขุดขยายพื้นที่อย่างซับซ้อน ภายในมีการจัดสรรแบ่งเป็นห้องเก็บคลังแสงสำหรับสำรองกระสุน ห้องหลบภัยที่แข็งแรงทนทาน รวมถึงพื้นที่พักค้างแรมของกำลังพลที่ซ่อนตัวอยู่ภายในถ้ำอย่างมิดชิด



          ด้านศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา ชี้แจงเรื่องการส่งตัวทหารกัมพูชา 18 นายกลับประเทศและมาตรการทางการทูต”ที่ถูกมองวา ไทย “แพ้” ทางการทูตหรือไม่ ซึ่งในความเป็นจริง เป็นเรื่องตรงกันข้าม  การส่งตัวกลับเป็นการดำเนินการตามกรอบที่ตกลงร่วมกันในกลไกที่เป็นทางการ สะท้อนว่าไทยทำตามคำพูดและยึดหลักมนุษยธรรมตามแนวปฏิบัติสากล เพื่อคลี่คลายสถานการณ์และลดความตึงเครียด โดยไทยยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าว ไม่กระทบสิทธิ หรืออธิปไตย (without prejudice to)



           ส่วนที่สื่อกัมพูชานำเสนอว่าเป็น “ชัยชนะครั้งใหญ่”?  ไทยมองว่า เป็น สิ่งที่สามารถดำเนินกันได้ตามถ้อยแถลงร่วมที่สองฝ่ายได้ตกลงกันไว้ ถือเป็นชัยชนะร่วมกัน ทั้งนี้ ไทยไม่ก้าวล่วงการสื่อสารภายในของประเทศอื่น แต่ไทยขอให้ทุกฝ่ายยึดข้อเท็จจริง ลดวาทกรรมที่อาจกระพือ ความตึงเครียด และร่วมกันสนับสนุนบรรยากาศที่เอื้อต่อสันติภาพและความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศ 



          ส่วนข้อกล่าวหาว่าไทยควบคุมตัว “นานเกินไป”  ไทยยืนยันว่า ได้ปฏิบัติตามหลักสากลอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด การดำเนินการทั้งหมดพิจารณาบนพื้นฐานความปลอดภัยของประชาชน และข้อเท็จจริงในพื้นที่ โดยที่ผ่านมา การปล่อยตัวนายทหารเกิดขึ้นไม่ได้ในขณะที่สองฝ่ายยังเป็นปฏิปักษ์ต่อกัน



          อย่างไรก็ตาม ไทยขอความร่วมมือให้ทุกฝ่ายสื่อสารด้วยความรับผิดชอบ ยึดข้อเท็จจริง และหลีกเลี่ยงถ้อยคำหรือการกระทำที่อาจยั่วยุให้เกิดความเข้าใจผิด ไทยให้ความสำคัญกับการทำให้การลดความตึงเครียดเกิดผลต่อเนื่อง และคุ้มครองประชาชนเป็นลำดับแรก



          และหลังจากนี้ไทยจะเดินหน้าทางการทูต ด้วยการสนับสนุนกลไกที่เป็นทางการ การสื่อสารที่สร้างสรรค์ และมาตรการลดความตึงเครียด เพื่อให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืน ควบคู่กับการรักษาความพร้อมด้านความมั่นคงตามความจำเป็น และการคุ้มครองประชาชนตามแนวชายแดน



#ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรบไม่ขลาด



#เขมรรุกรานไทย



 

ข่าวทั้งหมด

X