การติดตามผลผู้ป่วยโรคลิ้นหัวใจ
นายจำปา จันทร์ครึ่งซีก อายุ
48 ปี ( ผู้ป่วยรายที่ 2 )
อาชีพ

ผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2537
นายจำปา จันทร์ครึ่งซีก มีไร่มันสำปะหลัง 10 ไร่ และเช่าที่นาทำนา 5 ไร่ มีรายได้จากการทำไร่มันสำปะหลังปีละ 10,000 - 12,000 บาท ทำนาปีละ 5 ไร่ จะได้ข้าวประมาณ 30 กระสอบ ต้องแบ่งให้เจ้าของที่นา 12 กระสอบ เก็บไว้กินเองทั้งปี 15 กระสอบ ส่วนที่เหลืออีก 3 กระสอบ ก็เอาไว้แบ่งขายเพื่อนำเงินซื้อของใช้ที่จำเป็นในบ้าน ช่วงที่ไม่ได้ทำไร่มันสำปะหลังและทำนา ก็จะรับจ้างทำงานทั่วไป โดยจะได้เงินจากการทำงานวันละ 100 บาท แต่ถ้าวันไหนไม่มีใครจ้างก็จะไม่มีรายได้
สภาพความเป็นอยู่โดยทั่วไปในบ้าน เป็นบ้านไม้ใต้ถุนสูงสภาพของบ้านค่อนข้างเก่าและขาดการดูแล ภายในบ้านมีข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นเพียงเล็กน้อย ตัวบ้านและบริเวณบ้านไม่กว้างนัก มีสมาชิกอยู่ในบ้านทั้งสิ้น 3 คนคือ นายจำปา,นางทองบ่อ(ภรรยา)และลูกชาย

อาการของโรคก่อนการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ มีอาการเหนื่อยหอบ ผอม ไม่มีแรง นอนราบไม่ได้ คิดมาก ท้อแท้และสิ้นหวังช่วงที่นายจำปาป่วยเป็นโรคลิ้นหัวใจอยู่นั้นลูกชายคนโตได้ป่วยเป็นโรคมะเร็งที่ปอดและเสียชีวิตก่อนที่นายจำปาจะผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจประมาณ 1 เดือนเศษ ทำให้นายจำปายิ่งคิดมากและกลัวตายประกอบกับนายจำปามีโรคประจำตัวคือโรคหืดหอบอยู่ด้วย จึงเป็นเหตุให้นายจำปามีอาการทรุดหนัก แพทย์ที่ รพ.ศรีนครินทร์จึงได้ทำการผ่าตัดให้
หลังการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจแล้ว นายจำปามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอ้วนขึ้นจากเดิม ก่อนผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจมีน้ำหนักเพียง 51 กิโลกรัม หลังจากผ่าตัดแล้วมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเป็น 63
กิโลกรัม สุขภาพร่างกายโดยทั่วไปแข็งแรงตามปกติ ไม่มีอาการของโรคลิ้นหัวใจหลงเหลืออยู่
ปัจจุบันนี้หลังจากผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจแล้ว นายจำปาสามารถทำงานได้ตามปกติ สามารถเดินจากบ้านไปทำงานที่ไร่มันสำปะหลังของตนเองซึ่งอยู่ห่างจากบ้านถึง 5 กิโลเมตรได้สบาย ๆ โดยไม่มีอาการเหนื่อยเลย จากการพูดคุยกับนายจำปา นายจำปาได้บอกว่าหลังการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจแล้วรู้สึกเหมือนได้เกิดใหม่และมีชีวิตที่ดีขึ้น สามารถกลับมาเป็นหัวหน้าครอบครัวและทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวได้อีกครั้ง