ระวัง! อย่าลืมเด็กไว้ในรถ(ไม่ว่าจะลืมหรือไม่) เป็นอันขาด แม้จะลงไปธุระนอกรถเร็วหรือช้าก็ตาม

14 พฤษภาคม 2562, 16:05น.


     ในสัปดาห์นี้ หลายโรงเรียนเริ่มเปิดเทอมกันแล้ว สิ่งที่ JS100 อยากจะเตือนระวังภัย พ่อแม่ ผู้ปกครอง คุณครู พี่เลี้ยง หรือพนักงานขับรถรับ-ส่งเด็กนักเรียน โดยเฉพาะเด็กเล็กในวัยอนุบาล กับเหตุการณ์ที่ปล่อยให้เด็กอยู่ในรถตามลำพัง ไม่ว่าจะเป็นการลืมทิ้งไว้หรือไม่ก็ตาม ที่บางครั้งคิดว่าลงไปทำธุระไม่นาน เลยคิดว่าให้เด็กอยู่บนรถจะสะดวกกว่า แต่ปรากฏว่าประตูรถเกิดล็อคขึ้นมา ทำให้เด็กต้องอยู่ในรถเป็นเวลานาน จนอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้




     เหตุการณ์หรือการกระทำเช่นนี้ หลายครั้งที่เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตของเด็กน้อยมาแล้วหลายราย โดยข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีเด็กถูกลืมทิ้งไว้ในรถจำนวน 106 เหตุการณ์ และเป็นเหตุทำให้เด็กเสียชีวิต 5 คน ซึ่งอยู่ในช่วงอายุระหว่าง 3 - 6 ปี โดยเกิดเหตุในรถรับ-ส่งนักเรียน 4 คน และรถยนต์ส่วนบุคคล 1 คน ทั้งหมดถูกลืมทิ้งไว้ในรถนานกว่า 6 ชม.ขึ้นไป




     จากหลายเหตุการณ์ลืมเด็กไว้บนรถ ที่ผ่านมา หลายคนคงเข้าใจว่า ที่เด็กเสียชีวิตนั้นเนื่องจากขาดอากาศหายใจ แต่ในความเป็นจริงนั้นเป็นเพราะความร้อนภายในรถที่สูงขึ้น เพียงแค่ติดอยู่ในรถที่จอดกลางแดด 5 นาที อุณหภูมิจะสูงขึ้นจนไม่สามารถทนอยู่ได้ หากผ่านไป 10 นาที ร่างกายจะยิ่งย่ำแย่ และเมื่อ 30 นาทีผ่านไป อุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายจะทนไม่ไหวทำให้ร่างกายหยุดทำงาน เด็กจะเกิดภาวะเลือดเป็นกรด ช็อก หมดสติ สมองบวมตามมา จากนั้นอาจหยุดหายใจ อวัยวะทุกอย่างก็จะหยุดทำงาน จนถึงขั้นเสียชีวิตได้




     ดังนั้น จึงห้ามลืม หรือทิ้งเด็กไว้ในรถที่จอดกลางแจ้งเป็นอันขาด แม้จะลงไปธุระนอกรถเร็วหรือช้าก็ห้ามเด็ดขาด พ่อแม่ ผู้ปกครอง คุณครู พี่เลี้ยง หรือพนักงานขับรถรับ-ส่งนักเรียน ต้องเพิ่มความระมัดระวัง ดูแลเอาใจใส่เด็กๆให้มาก ตั้งแต่เริ่มรับจากบ้านขึ้นรถ จนกระทั่งเด็กลงรถและเดินเข้าสู่รั้วโรงเรียนแล้วทุกคน โดยการนับ ตรวจตรา และอย่าประมาท เพราะหากเด็กเล็กในวัยอนุบาลต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ขึ้นมา จะไม่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยตนเองได้นั่นเอง