ไม่รอด! ตำรวจปราบ'แว๊นพุทธบูชา' ยึดจยย. 104 คัน จับกุมผู้แข่ง-ผู้ชม 100 คน ออกหมายเรียกผ่านกล้องเพิ่ม

16 มีนาคม 2562, 14:05น.


          ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี(TACTICS) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองบัญชาการตำรวจนครบาล และกองบังคับการตำรวจจราจร ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติ การกวดขันและป้องกันการแข่งขันรถในทางสาธารณะในพื้นที่ บก.น.8 (ครั้งที่ 5) ตามที่ประชาชนร้องเรียนผ่านศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และศูนย์วิทยุ 191 ว่าตั้งแต่เวลาประมาณ 02:00 น. (16มี.ค.62) มีเด็กและเยาวชนออกมารวมกลุ่ม มั่วสุม ในลักษณะนำไปสู่การแข่งรถในทางสาธารณะ มีจำนวนกว่า 100 คันขับขี่รถจักรยานยนต์โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของผู้อื่น สร้างความเดือดร้อนรำคาญแก่ประชาชนเป็นจำนวนมากบนถนนพุทธบูชา








          พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. เปิดเผยว่า ศปอส.ตร. ชุดที่ 25 (ปราบปรามการแข่งรถในทางสาธารณะ) ร่วมกับ บช.น. ,บก.จร.,บก.น.๘ และ กก.ดส. ได้ลงพื้นที่กวดขันจับกุมผู้ฝ่าฝืนประกาศคำสั่ง คสช.ที่22/2558 ตามจุดต่างๆเพื่อเตรียมแข่งขันรถในพื้นที่ โดยยึดรถจักรยานยนต์ต้องสงสัยจำนวน 104 คัน และควบคุมตัวเด็กและเยาวชนได้จำนวน 29 คัน ผู้ใหญ่ 71 คน รวม 100 คน ดำเนินการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดตามนโยบายผู้บังคับบัญชา และได้สืบสวนหาพยานหลักฐานโดยใช้เทคโนโลยี สามารถถ่ายภาพนิ่งและภาพวีดีโอผู้ขับขี่ในลักษณะมั่วสุมรวมกลุ่มแข่งรถในทางฯได้ ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายเรียกผู้ครอบครองรถมาเพื่อสอบสวนจำนวน 20 คน ขณะนี้มีผู้มารับทราบข้อกล่าวหาแล้วจำนวน 10 คน ส่วนที่ยังไม่มา จะยังคงดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป






          นอกจากนี้ ตำรวจได้ร่วมกับ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ตรวจค้นร้านจำหน่ายท่อไอเสียที่ไม่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม และร้านแต่งรถจักรยานยนต์ที่เป็นบ่อเกิดของปัญหาอันส่งเสริมและสนับสนุนให้แต่งรถซิ่ง โดยตรวจค้นร้านท่อเสียจำนวน 22 ร้าน ไม่พบการกระทำความผิด แต่ยึดของกลางมาตรวจสอบ 75 รายการ ขณะเดียวกันได้ร่วมกับสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ในการตรวจวัดระดับเสียงและการวัดค่ามาตรฐานที่ถูกต้องตามหลักสากล ตรวจวัดระดับเสียงท่อไอเสียที่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด (95 เดซิเบล) โดยตรวจรถจักรยานยนต์คันใหญ่ (บิ๊กไบค์) จำนวน 68 คัน พบมีท่อไอเสียเสียงดังเกินกว่ามาตรฐานกำหนดจำนวน 32 คัน จึงได้เปรียบเทียบปรับเป็นเงินจำนวน 1,000 บาท และออกคำสั่งห้ามใช้รถเป็นเวลา 30 วัน






cr.
นสพ.สังเกตุข่าว