ปัญหา ‘ท้องผูก’ สัญญาณเตือนสุขภาพ ใครว่าเรื่องเล็ก !

11 กรกฎาคม 2561, 20:00น.


        “ระบบขับถ่ายของคุณดีรึเปล่า เช้านี้คุณเข้าห้องน้ำแล้วหรือยัง ?”

        หากข้อความดังกล่าวเป็นประโยคทักทายยามเช้าของเพื่อน ๆ ที่ทำงาน คงฟังพิลึกหูไม่น้อย แต่เชื่อเถอะว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เพราะการขับถ่ายถือเป็นสิ่งสำคัญที่เป็นสัญญาณเตือนและบ่งบอกถึงสุขภาพที่ดีของคนได้ ดังนั้นใครที่มีปัญหาการขับถ่ายไม่ปกติ หรืออาการท้องผูก จึงจำเป็นต้องใส่ใจสังเกตุตัวเองอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม



        ท้องผูก ใครว่าเรื่องเล็ก

        อาการที่บอกว่าคุณกำลังท้องผูก คือ การถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือน้อยกว่าปกติที่เคยเป็น อุจจาระมีลักษณะเป็นก้อนแข็ง เป็นเม็ดเล็ก ๆ รู้สึกถ่ายไม่สุด ต้องใช้แรงเบ่งมาก มีอาการเจ็บขณะถ่ายอุจจาระ รวมทั้งมีอาการท้องอืด ปวดท้อง หรือปวดเกร็งบริเวณหน้าท้องร่วมด้วย ซึ่งหากมีอาการดังกล่าวติดต่อกัน 3 เดือน จากท้องผูกธรรมดาอาจกลายเป็นท้องผูกเรื้อรังที่รุนแรงมากชึ้นจนนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนบางอย่างได้ เช่น โรคริดสีดวงทวาร เกิดแผลแตกรอบ ๆ ทวารหนัก ลำไส้อุดตัน ไปจนถึงถ่ายอุจจาระเป็นเลือด

        อย่างไรก็ดีอาการท้องผูกสามารถป้องกันได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการรับประทานอาหาร เช่น

        1. รับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง โดยเฉพาะผัก ผลไม้และธัญพืช อาหารชนิดนี้จะช่วยให้ร่างกายขับถ่ายของเสียได้ง่ายขึ้น ช่วยปัดกวาดลำไส้ให้สะอาด ทำให้เยื้อบุผิวลำไส้แข็งแรง ดักจับสารพิษต่าง ๆ ได้ดี ทั้งยังมีประโยชน์ต่อการเติบโตของแบคทีเรียที่ดีในลำไส้ใหญ่อีกด้วย



        2. ดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน หนึ่งในสาเหตุของอาการท้องผูกเกิดจากร่างกายรับน้ำไม่เพียงพอ ถ้าดื่มในปริมานที่เหมาะสมน้ำจะช่วยให้อุจจาระนิ่ม ขับถ่ายง่าย และควรหลีกเลี่ยงการดื่มชา กาแฟ แอลกอฮอล์ เพราะเครื่องดื่มเหล่านี้จะขับน้ำออกจากร่างกายจึงทำให้อุจจาระแข็ง



        3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การเคลื่อนไหวร่างกายให้เหมาะสม เช่น การเดิน การวิ่งเบา ๆ อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน ช่วยให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น หรือจะเป็นการฝึกโยคะที่ช่วยให้จิตใจผ่อนคลายก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะตัวการหนึ่งที่ทำให้ท้องผูกก็คือความเครียด นอกจากนี้ยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารดีขึ้นด้วย



        4. ขับถ่ายให้เป็นเวลา เวลาที่เหมาะกับการขับถ่ายที่สุด คือ เวลาตี 5 – 7 โมงเช้า เพราะเป็นช่วงการทำงานของลำไส้ใหญ่ หากเลยเวลานี้จะทำให้รู้สึกไม่สดชื่นในตอนเช้าเพราะเลือดไม่ดีจะไปเลี้ยงสมองและหัวใจ มีกลิ่นตัว กลิ่นปาก เนื่องจากร่างกายขับของเสียออกมาทางลมหายใจและผิวหนัง



        อีกตัวการที่เป็นสาเหตุของอาการท้องผูก คือ การรับประทานยาบางชนิด เช่น ยาระงับปวด ยาลดกรด ยารักษาความดันโลหิตสูงบางชนิด ยาบำรุงที่มีธาตุเหล็ก ยาขับปัสสาวะ การมีน้ำหนักตัวมากหรือน้อยเกินไป ปัญหาความเครียด รวมถึง การอั้นอุจจาระ เห็นไหมล่ะครับว่าท้องผูกไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ และหากคุณได้พยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วแต่อาการไม่ดีขึ้น นั่นก็ถึงเวลาที่คุณต้องพบแพทย์เพราะอาจมีสิ่งผิดปกติบางอย่างแอบซ่อนอยู่

        “เช้านี้คุณเข้าห้องน้ำแล้วหรือยัง ?”

        ที่มา : กรมอนามัย

        ภาพประกอบ : sepalika , themarketplace.bz , omenkaonline , today.com , vanlawn , homecuresthatwork