สรุปข่าว19.30น. วันพุธที่ 15 พฤษภาคม 2562

15 พฤษภาคม 2562, 19:09น.


+++สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม เนื่องในวันวิสาขบูชา วันเสาร์ที่ 18 พ.ค. 2562 ตอนหนึ่ง ว่าชีวิตนี้สั้นนัก เพราะฉะนั้น ‘ความไม่ประมาท’ ณ ขณะปัจจุบัน จึงเป็นบทสรุปแห่งพระบรมพุทโธวาทที่สั้นที่สุด แต่มีความสำคัญสูงสุดสำหรับชาวพุทธทุกคน ขอสาธุชนอย่าละเลยการบำเพ็ญทาน รักษาศีล และเจริญภาวนา อันนับเป็น ‘ปฏิบัติบูชา’ ที่พึงกระทำต่อพระรัตนตรัย เพื่อความดำรงคงมั่นแห่งพระสัทธรรมของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นประทีปส่องใจเวไนยนิกรทั้งปวงสืบไป



+++หลังจากนายเวิร์น อันสเวิร์ธ นักสำรวจถ้ำชาวอังกฤษ หนึ่งในทีมช่วย 13 ชีวิตทีมหมูป่าติดถ้ำหลวง ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ได้ยื่นฟ้องต่อศาลแขวงในเมืองลอสแอนเจลิส สหรัฐฯเพื่อดำเนินคดีกับนายอีลอน มัสก์ ซีอีโอของบริษัทสเปซเอ็กซ์ของสหรัฐฯในข้อหาหมิ่นประมาทและเรียกค่าเสียหาย 75,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ กรณีทวีตข้อความกล่าวหานายอันสเวิร์ธว่าล่วงละเมิดทางเพศเด็กชาย



+++ทีมทนายความของนายมัสก์ ได้ยื่นคำให้การต่อศาลเมื่อวันจันทร์ ระบุว่านายอันสเวิร์ธ เป็นคนเริ่มต้นวิวาทะครั้งนี้ขึ้นมาก่อน ทั้งๆที่ทั้งสองคนไม่เคยมีเรื่องโกรธเคืองกันมาก่อน และแสดงความเห็นของนายมัสก์ ไม่สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของนายอันสเวิร์ธ โดยคำให้การของนายมัสก์ระบุว่า หลังการแสดงความเห็นของนายมัสก์แล้ว นายอันสเวิร์ธ ยังคงได้รับการชื่นชมจากหลายฝ่ายกรณีการมีส่วนร่วมในปฏิบัติการกู้ภัยถ้ำหลวงฯ เพิ่มเติมว่า นายอันสเวิร์ธ ซึ่งแต่เดิมแทบไม่มีใครรู้จัก จึงไม่เสื่อมเสียชื่อเสียงใดๆจากการแสดงความเห็นของนายมัสก์



+++คดีนี้มีจุดเริ่มต้นจากการที่นายอันสเวิร์ธวิจารณ์นายมัสก์ว่า ฉวยโอกาสใช้เหตุการณ์กู้ภัยถ้ำหลวงฯ ซึ่งขณะนั้นเป็นที่สนใจของคนทั่วโลก เพื่อประชาสัมพันธ์บริษัทของตนเอง หลังนำเรือดำน้ำจิ๋วจากบริษัทของเขาเพื่อลำเลียงนักเตะและโค้ชทีมหมูป่าออกจากถ้ำเขาหลวงฯ แต่นายอันสเวิร์ธ ซึ่งเคยเข้าไปสำรวจถ้ำหลวงฯมาก่อนและทราบดีถึงสภาพทางลาดชันและคดเคี้ยวในถ้ำ มองว่า เรือดำน้ำจิ๋วของนายมัสก์ใช้ไม่ได้ผลอย่างแน่นอน



+++การลงพื้นที่คลองเตยของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ได้ตอบคำถาม ถึงโอกาสจะได้กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ โดยบอกว่า ทุกอย่างอยู่ที่ประชาชน แต่หากได้เป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องทำทุกอย่างให้ดีกว่าเดิม ที่ผ่านมาทุกอย่างดีขึ้น ขออย่าติติงกันมาก และทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนของรัฐสภา ซึ่งจะมีรัฐพิธีเปิดในวันที่ 24 พ.ค. และคาดว่าจะได้นายกรัฐมนตรี และรัฐบาลใหม่ภายในเดือนมิถุนายนนี้



+++นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร เพราะใจเต้นมา 5 ปี จนหัวใจจะหลุดออกจากเบ้าแล้ว และหากทุกคนไว้ใจตนเองก็พร้อม โดยสิ่งแรกที่จะทำคือ จะทำให้สภาสงบ แต่ทุกอย่างต้องขึ้นอยู่กับหัวหน้ารัฐบาล จึงขอให้ทุกคนเคารพกัน รักกันเพื่อประชาชน และวันข้างหน้า โดยมีคติพจน์ประจำใจว่า "หายใจเข้าไว้ ทำเพื่อคนไทยทั้งประเทศ"  โดยก่อนเดินทางกลับนายกรัฐมนตรี ยังได้กล่าวแสดงความยินดีกับนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ที่ได้ตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ด้วย



+++วันนี้ เป็นวันที่ 8  ที่ส.ส.หน้าใหม่เข้ารายงานตัว วันนี้ มีเพียง 4 คน ได้แก่ นายณัฐพล ทีปสุวรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ  พรรคพลังประชารัฐ นายกนก ลิ้มตระกูล ส.ส.อุตรดิตถ์ พรรคเพื่อไทย นายนพพล เหลืองทองนารา ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย และนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนปฏิรูป รวมมี ส.ส. เข้ารายงานตัวแล้ว จำนวน 458 คน เหลือ ส.ส.ที่ยังไม่เข้ารายงานตัวจำนวน 40 คน โดยส่วนใหญ่เป็น ส.ส.พรรคภูมิใจไทย จำนวน 37 คน ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะนำ ส.ส.พรรคภูมิใจไทยเข้ารายงานตัวในเวลา 09.00 น.วันที่ 16 พ.ค.นี้  ส่วนที่เหลืออีก 3 คนที่ยังไม่มารายงานตัว ได้แก่ น.ส.จุมพิตา จันทรขจร ส.ส.นครปฐม พรรคอนาคตใหม่  น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว พรรคพลังประชารัฐ และนายพีระวิทย์ เรืองลือดลภาค ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักธรรม



+++นายสุรงค์ บูลกุล ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เปิดเผยภายหลังประชุม บอร์ดวาระพิเศษเรื่องขอความเห็นชอบผลการเจรจาเพื่อยุติปัญหาข้อพิพาทและการแก้ไขสัญญาเพื่อยุติข้อพิพาทและดำเนินโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2(ทางด่วนศรีรัชรวมถึงส่วนดี)และทางด่วนสายบางปะอิน-ปากเกร็ดว่า บอร์ดมีมติอนุมัติตามข้อเสนอเรื่องการยุติข้อพิพาททางด่วน ที่ศาลปกครองให้ กทพ.จ่ายค่าชดเชยกรณีสร้างทางแข่งขัน และการปรับขึ้นค่าผ่านทางไม่เป็นธรรม ให้กับ บริษัท กรุงเทพทางด่วนเหนือ จำกัด (NECL) บริษัทในเครือ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บีอีเอ็ม) โดยอนุมัติให้ กทพ.ขยายสัมปทานทางด่วน 3 สัญญา จำนวน 30 ปี นับจากวันที่แต่ละสัญญาสิ้นสุดลง เพื่อแลกกับมูลหนี้ทั้งหมด



+++จากการเจรจาร่วม บีอีเอ็ม ยอมปรับลดมูลหนี้ที่เกิดจากข้อพิพาท และมูลหนี้ที่คาดว่าจะเป็นข้อพิพาทในอนาคต รวมทั้งหมด 17 โครงการ มูลค่ากว่า 1.3 แสนล้านบาท เหลือราว 5.9 หมื่นล้านบาทแล้ว เป็นผลให้การเจรจาในครั้งนี้ กทพ.จะขยายสัมปทานเพื่อแลกกับมูลหนี้ ประกอบไปด้วยโครงการ 1.ทางด่วนศรีรัช (ทางด่วนขั้นที่ 2) 2.ทางด่วนขั้นที่ 2 ส่วนดี ช่วงพระราม 9 – ศรีนครินทร์ และ 3.ทางด่วนบางปะอิน-ปากเกร็ด การประชุมครั้งนี้ถือว่าได้ข้อยุติลง คดีข้อพิพาทก็จะยุติลง ไม่มีการฟ้องอะไรกันอีกแล้ว 17 คดี 1.3 แสนล้าน ก็ยกออกไปหมด กรณีสร้างทางแข่งขัน และการปรับขึ้นค่าผ่านทางไม่เป็นธรรมจะไม่ถูกเป็นข้อพิพาทอีก แต่อำนาจหลังจากนี้อยู่ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าจะเห็นชอบตามที่เราพิจารณาไว้หรือไม่  



+++สำหรับคดีข้อผิดพลาดนี้จะต้องมีกระบวนการยกเลิกการฟ้องต่างๆแต่ การเจรจาครั้งนี้ได้ข้อยุติแต่ไม่ได้เป็นที่สิ้นสุดอำนาจในการตัดสินใจอนุมัติ หรือไม่อนุมัติเป็นหน้าที่ของคณะรัฐมนตรี(ครม.) โดยกทพ.ได้ทำตามคำสั่งของ ครม.ให้ดำเนินการเจรจา ระงับข้อพิพาทและดำเนินการให้ดีที่สุดเพื่อเป็นประโยชน์แก่ประเทศ โครงการนี้ยืนยันว่า1 กทพ.ได้ประโยชน์เท่าเดิมไม่ได้เสียเปรียบ 2. รัฐบาลไม่ต้องมีภาระหนี้สินกับภาคเอกชน3.ประชาชนได้ประโยชน์ เรามุ่งในการเจรจาเพื่อประโยชน์สูงสุดให้แก่ประชาชนในการสัญจรในทางด่วนจะมีการสร้างdouble deckเพื่อระบายรถให้การสัญจรที่ติดขัดมีการไหลโฟร์ที่ดีขึ้นที่สุดแล้วผลประโยชน์จะต้องตกอยู่ที่ประชาชน ส่วนอัตราการขึ้นค่าผ่านทางก็เป็นไปตามมาตรฐานมีการกำหนดที่ชัดเจน



+++ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,621.27 จุด ลดลง 12.57 จุด มูลค่าการซื้อขาย 49,847.24 ล้านบาทหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลดลงตามทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชีย แต่มีแรงขายชัดเจนมากในกลุ่ม TIP ประกอบด้วย ไทย,อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน ประกอบกับมีปัจจัยกดดันจากสถานการณ์การเมืองในประเทศ ที่ต้องรอความชัดเจนประเด็นจัดตั้งรัฐบาลใหม่ว่าจะมีเสถียรภาพมากน้อยเพียงใดกับคะแนนเสียงโหวตในรัฐสภา  



ดัชนีนิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดบวกในวันนี้ เนื่องจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นจีนได้ช่วยคลายความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางสงครามการค้าที่รุนแรงขึ้นระหว่างสหรัฐฯและจีน ดัชนีนิกเกอิปิดบวก 121.33 จุด  ที่ 21,188.56 จุด



+++ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดวันนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าสหรัฐฯกำลังอยู่ในสถานะที่ดีขึ้นในการทำข้อตกลงกับจีน ดัชนีฮั่งเส็งเพิ่มขึ้น 146.69 จุด ปิดวันนี้ที่ 28,268.71 จุด



+++กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯประกาศวันนี้ขอให้เจ้าหน้าที่ที่ไม่มีกิจเร่งด่วนออกจากสถานทูตในกรุงแบกแดดและสถานกงสุลในเมืองอาร์บิลของอิรัก ขณะที่ความตึงเครียดปะทุขึ้นระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้านอิรัก ประกาศเตือนของทางการสหรัฐฯระบุว่า มีกลุ่มก่อการร้ายและกลุ่มหัวรุนแรงก่อการในอิรัก โดยมักก่อเหตุโจมตีกองกำลังรักษาความมั่นคงและพลเรือนในอิรัก  แถลงการณ์ระบุว่ากระแสต่อต้านสหรัฐอเมริกา อาจเป็นอันตรายต่อชาวอเมริกันและบริษัทชาติตะวันตกทั้งหมดในอิรัก  เมื่อปีที่แล้วสหรัฐฯปิดสถานกงสุลในเมืองบาสรา โดยกล่าวว่ามีเหตุโจมตีที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยตรงจากกองกำลังที่อิหร่านสนับสนุน   นายไมค์ พอมเพโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯเยือนอิรักเมื่อสัปดาห์ที่แล้วและไม่ได้เปิดเผยกำหนดการล่วงหน้า โดยได้หารือกับประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีอิรักเพื่อให้คำมั่นในการปกป้องชาวอเมริกันในอิรัก 

ข่าวทั้งหมด