ทันสถานการณ์โลก 06.30 น.วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562

12 กุมภาพันธ์ 2562, 05:58น.


คณะผู้แทนของสหรัฐฯ ที่นำโดยนายเจฟฟรีย์ เกอร์ริช ผู้ช่วยผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา เริ่มการเจรจาหาข้อตกลงเพื่อยุติสงครามการค้ากับจีนในระดับเจ้าหน้าที่ ก่อนที่คณะเจรจาชุดใหญ่ที่นำโดยนายสตีฟ มนูชิน รัฐมนตรีคลัง, นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐอเมริกา และนายเดวิด มัลแพสส์ ซึ่งประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารโลกคนใหม่ จะมาร่วมการเจรจาในวันที่ 14 และ 15 กุมภาพันธ์



ขณะที่ฝ่ายจีน มีนายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรี และนายอี้ กัง ผู้ว่าการธนาคารกลางของจีน เป็นหัวหน้าคณะเจรจา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญจากกระทรวงเกษตร, พลังงาน และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อบรรลุความตกลงทางการค้าก่อนวันที่ 1 มีนาคม ที่เป็นกำหนดวันสุดท้ายของการชะลอการขึ้นพิกัดอัตราภาษีศุลกากรตอบโต้กันเป็นการชั่วคราว มิเช่นนั้นสหรัฐฯจะใช้อัตราภาษีใหม่ที่มีมูลค่ารวม 200 ล้านดอลลาร์



ขณะเดียวกันเรือพิฆาต 2 ลำติดจรวดนำวิถีของสหรัฐฯ เดินเรือเข้าสู่น่านน้ำใกล้หมู่เกาะสแปรตลีในระยะห่างไม่ถึง 12 ไมล์ทะเล ซึ่งเป็นหมู่เกาะที่จีนอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของ เช่นเดียวกับอีกหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่สหรัฐฯ คัดค้านการอ้างสิทธิ์ของจีนและอ้างสิทธิ์การเดินเรือโดยเสรีในน่านน้ำสากล



ส่วนปัญหางบประมาณสหรัฐฯ นายริชาร์ด เชลบี วุฒิสมาชิกรัฐแอละบามาสังกัดพรรครีพับลิกัน และประธานคณะกรรมาธิการด้านการจัดสรรของวุฒิสภา เปิดเผยว่าการเจรจาระหว่างแกนนำของพรรคเดโมแครตกับพรรครีพับลิกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะชัตดาวน์ครั้งที่ 2 ยังไม่ได้ข้อสรุปและมีความเสี่ยงที่จะมีการชัตดาวน์อีกครั้งในวันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้  การหารือระหว่างพรรคการเมืองหลักของสหรัฐฯในครั้งนี้มีขึ้นภายในระยะเวลาห่างกันเพียง 3 สัปดาห์ หลังการชัตดาวน์ 35 วัน ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคมปีที่แล้ว จนถึงวันที่ 25 มกราคม  โดยประเด็นสำคัญคือการที่พรรครีพับลิกันยืนยันโครงการก่อสร้างกำแพง 5,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เดโมแครตคัดค้าน นอกจากนี้ยังไม่มีข้อสรุปเกี่ยวกับงบประมาณสนับสนุนการทำงานของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ที่ประธานาธิบดี ทรัมป์ ต้องการให้เพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่



นางคริสติน ลาการ์ด กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ ไอเอ็มเอฟ กล่าวในที่ประชุม ซึ่งจัดขึ้นที่ดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ว่าเศรษฐกิจโลกเติบโตช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยมีปัจจัยหลักอยู่ 4 ด้านที่กำลังทำลายเศรษฐกิจโลกที่อาจทำให้เกิดพายุเศรษฐกิจขึ้นได้อีกครั้ง  โดยทั้ง 4 ปัจจัยคือ ความตึงเครียดทางการค้า การขึ้นอัตราภาษีศุลกากร มาตรการคุมเข้มทางการเงิน ความไม่แน่นอนของผลลัพธ์และผลกระทบจากเบร็กซิต โดยปัจจัยความตึงเครียดทางการค้า จากความขัดแย้งเรื่องการขึ้นภาษีศุลกากรระหว่างสหรัฐฯกับจีน  ส่งผลกระทบต่อโลกแล้ว ทั้งในด้านการค้า ความเชื่อมั่นและตลาดจึงแนะนำให้รัฐบาลประเทศต่างๆหลีกเลี่ยงลัทธิคุ้มครองทางการค้า นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะเกิดภาวะหนี้สินเพิ่มขึ้นทั้งในระดับรัฐบาล บริษัทและครัวเรือน



ผลการศึกษาของศูนย์เพื่อการศึกษาภาวะเศรษฐกิจของลอนดอน สคูล ออฟ อีโคโนมิกส์ ชี้ว่า การลงคะแนนให้สหราชอาณาจักรออกจากสหภาพยุโรป หรือเบร็กซิตเมื่อปี 2559 ทำให้บริษัทในสหราชอาณาจักรเพิ่มการลงทุนในประเทศสมาชิกของอียูร้อยละ 12 มูลค่าประมาณ 8,300 ล้านปอนด์ ส่วนใหญ่จะเพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมบริการ ขณะที่การลงทุนที่ย้ายจากอียูไปยังสหราชอาณาจักรลดลงร้อยละ 11 เหลือประมาณ 3,500 ล้านปอนด์ ซึ่งยังหมายถึงการที่พลเมืองในสหราชอาณาจักรมีโอกาสได้งานใหม่น้อยลง



สำนักงานสถิติแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตัวเลขการขาดดุลการค้าและบริการเพิ่มขึ้น 8,400 ล้านปอนด์ สู่ระดับ 32,300 ล้านปอนด์ในปีที่แล้ว ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเบร็กซิต โดยตัวเลขการขาดดุลการค้าและบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.6 สู่ระดับ 7,100 ล้านปอนด์ในไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว



กระทรวงพาณิชย์จีนเปิดเผยว่า ประชาชนในประเทศจีนใช้เงิน 1 ล้าน 1 หมื่นล้านหยวน ในช่วงวันหยุดตรุษจีนปีนี้ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 8.5 ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นน้อยที่สุดนับตั้งแต่ปี 2554 และต่ำสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 2548 ที่เริ่มเก็บข้อมูล บ่งชี้ว่าการใช้จ่ายที่ซบเซาลง เนื่องจากสงครามการค้ากับสหรัฐฯ ที่ยังทำให้การซื้อรถยนต์ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบเกือบสามทศวรรษในปี 2561 ขณะที่การใช้จ่ายตามสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.2 เป็น 513,900 ล้านหยวน แต่ก็น้อยกว่าเมื่อปีที่แล้วที่เติบโตร้อยละ 12.6



ที่เวเนซุเอลา ประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร เป็นประธานเปิดฉากการซ้อมรบครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 200 ปี เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรร่วม 50 ประเทศ ซึ่งประกาศสนับสนุนนายฮวน กุยโด รักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา



ส่วนนายกุยโด เตือนว่า การปิดถนนเพื่อไม่ให้ขบวนรถลำเลียงสิ่งของบรรเทาทุกข์จากโคลอมเบียเข้ามาในประเทศเข้าข่ายเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ



สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด งวดส่งมอบเดือนมีนาคม ลดลง 31 เซนต์ ปิดที่ 52.41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล



ส่วนเบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนเมษายน ลดลง 59 เซนต์ ปิดที่ 61.51 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล



หลังจากที่แท่นขุดเจาะน้ำมันสหรัฐฯ เดินเครื่องเพิ่มเติมอีก 7 แท่น เป็น 854 แท่นแสดงถึงแนวโน้มความต้องการใช้พลังงานที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนมีผลต่อตลาดหุ้น



ดาวโจนส์ ลดลง 53.22 จุด หรือร้อยละ 0.21 ปิดที่ 25,053.11 จุด



เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 1.92 จุด หรือร้อยละ 0.07 ปิดที่ 2,709.80 จุด



แนสแดค เพิ่มขึ้น 9.71 จุด หรือร้อยละ 0.13 ปิดที่ 7,307.90 จุด



...

ข่าวทั้งหมด