ทันสถานการณ์โลก 06.30 น.วันที่ 7 ธันวาคม 2561

07 ธันวาคม 2561, 05:38น.


+++ผู้นำทั่วโลกเข้าร่วมในพิธีศพของนายจอร์จ เอช ดับเบิลยู บุช อดีตผู้นำสหรัฐคนที่ 41 ณ มหาวิหารแห่งชาติวอชิงตันดี.ซี. หลังถึงแก่อสัญกรรม ด้วยวัย 94 ปี บุคคลสำคัญที่เข้าร่วม เช่น เจ้าฟ้าชายชาร์ล แห่งสหราชอาณาจักร นายกรัฐมนตรีอังเกลา แมร์เคิลของเยอรมนี รวมถึงผู้นำจากจอร์แดนและออสเตรเลีย อดีตประธานาธิบดีเลค วาเลซาของโปแลนด์ รวมถึงนายโดนัลด์ ทรัมป์ นางเมลาเนีย ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง นายบารัก โอบามา นางมิเชล โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นต้น



+++นายจอร์จ ดับเบิลยู บุช อดีตประธานาธิบดีคนที่ 43 บุตรชายของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช ผู้ล่วงลับได้กล่าวสรรเสริญบิดาของว่าเป็น รัฐบุรุษ ผู้ยิ่งใหญ่และมีเกียรติ เป็นพ่อที่ดีที่สุด เท่าที่ลูกชายหรือลูกสาวคนหนึ่งจะมีได้           อดีตผู้นำสหรัฐฯ คนที่ 43 กล่าวทั้งน้ำตาว่า บิดาของเขาแสดงให้เขาเห็นถึงการเป็นประธานาธิบดีผู้รับใช้ประเทศชาติด้วยความซื่อตรง เป็นผู้นำที่กล้าหาญ แสดงออกด้วยความรักที่มีต่อประชาชนและประเทศชาติอย่างแท้จริง



+++ภายหลังรัฐพิธีศพแล้ว เครื่องบินประจำตำแหน่งประธานาธิบดี นำร่างของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช ผู้พ่อและครอบครัว กลับสู่เทกซัส เพื่อประกอบพิธีที่โบสถ์เซนต์ มาร์ตินส์ เอพิสโคพัล ในฮิวสตัน ซึ่งเป็นโบสถ์ที่ครอบครัวบุชไปร่วมพิธีตลอดหลายสิบปี หลังจากนั้นทำพิธีฝังที่หอสมุดประธานาธิบดี เคียงข้างหลุมศพของนางบาร์บารา บุช ภริยาที่เสียชีวิตเมื่อเดือนเมษายน และลูกสาวคือ โรบิน ที่เสียชีวิตจากโรคลูคีเมีย ในวัย 3 ขวบ



+++วันนี้ยังต้องติดตามสถานการณ์หลังจากที่ทางการแคนาดา จับนางเมิ่ง ว่านโจว ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงินและบัญชี ( ซีเอฟโอ ) ของบริษัทหัวเว่ย และเป็นบุตรสาวของนายเหริน เจิ้งเฟย ผู้ก่อตั้งหัวเว่ย ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ ) ของบริษัท ที่เมืองแวนคูเวอร์ และเตรียมเนรเทศเธอไปยังสหรัฐฯ เพื่อเข้ารับการไต่สวนในข้อหาที่ยังไม่มีการระบุชัดเจน



+++แถลงการณ์ของหัวเว่ย ยืนยันว่า นายเหริน พ่อของนางเมิ่ง ไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน ( พีแอลเอ ) หลังจากมีรายงานว่าทีมงานก่อตั้งหัวเว่ย โดยเฉพาะนายเหริน เคยทำงานเป็นนักวิเคราะห์ให้กับพีแอลเอมาก่อน พร้อมทั้งยืนยันว่า นางเมิ่ง เป็นผู้บริสุทธิ์ และทางการจีน กำลังดำเนินการช่วยเหลือ





+++เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล รายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่าการจับกุมนางเมิ่ง เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ตรงกับวันที่ประธานาธิบดีทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง พบหารือกันนอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำทางเศรษฐกิจขนาดใหญ่ จี 20 ที่กรุงบัวโนสไอเรส เมืองหลวงของอาร์เจนตินา และทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันในหลักการระงับการตั้งกำแพงภาษีเพิ่มเติมต่อกันและกัน เป็นเวลาอย่างน้อย 90 วัน



+++มีรายงานอีกด้าน ระบุว่า สหรัฐฯ จับตาสายงานการผลิตของหัวเว่ย มาตั้งแต่ปี 2559 ว่าส่งออกสินค้าด้านเทคโนโลยีที่ผลิตโดยโรงงานในสหรัฐฯไปยังอิหร่าน เข้าข่ายละเมิดกฎหมายการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ 



+++ล่าสุด นายจัสติน ทรูโด นายกรัฐมนตรีแคนาดา ยืนยันว่า การเมืองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจับกุมลูกสาวผู้ก่อตั้งและผู้บริหารระดับสูงของ หัวเว่ย บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่แห่งจีน ซึ่งถูกรวบตัวตามคำร้องขอตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนของสหรัฐฯ รับประกันกับทุกคนว่าเราคือประเทศที่มีระบบยุติธรรมที่มีความเป็นอิสระ นายกฯ แคนาดา ปฏิเสธแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมในคดีดังกล่าว อ้างถึงคำสั่งศาลที่ห้ามเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะ

+++ทางการฝรั่งเศส ระดมกำลังตำรวจมากถึง 8,000 คน ในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในกรุงปารีสในวันเสาร์ที่ 8 ธ.ค.นี้ ตามที่กลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลของประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ในชื่อกลุ่มเสื้อกั๊กสีเหลือง ประกาศชุมนุมประท้วงใหญ่



+++หอไอเฟล และ สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญประกาศปิดการให้บริการนักท่องเที่ยว เพราะเกรงเหตุชุมนุมจะบานปลายเหมือนที่เคยเกิดขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว บริษัทผู้ดูแลหอไอเฟล แจ้งว่า ผู้ที่จองตั๋วออนไลน์ ไปแล้วในวันที่ 8 ธ.ค.สามารถนำมาขอคืนเงินได้ นอกจากนั้น พิพิธภัณฑ์ลูฟร์และพิพิธภัณฑ์อีกหลายแห่งรวมถึงสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรม และร้านค้าในเขตใจกลางกรุงปารีส ได้ประกาศปิดให้บริการด้วย



+++เงื่อนไขของกลุ่มเสื้อกั๊กสีเหลือง เรียกร้องให้ประธานาธิบดีมาครง ลาออกจากตำแหน่ง แม้รัฐบาลประกาศนำมาตรการขึ้นราคาเชื้อเพลิงออกจากแผนงบประมาณปี 2562 แต่ประชาชนจำนวนมาก มองว่า ผู้นำวัย 40 ปี ยังคงวางตัวห่างเหินกับประชาชน ด้วยการให้นายกรัฐมนตรีเอดูอาร์ ฟิลิป เป็นผู้ออกหน้าแทนตลอดเวลาตลอดทั้งสัปดาห์นี้ ที่ในเวลาเดียวกันเริ่มมีการประท้วงของนักเรียนและนักศึกษาเกี่ยวกับนโยบายปฏิรูประบบแอดมิดชั่นด้วย



+++จากเหตุเครื่องบินสองลำของนาวิกโยธินสหรัฐฯ คือ KC-130 และเครื่องบินขับไล่เอฟ -18 เกิดเหตุผิดพลาดชนกันกลางอากาศระหว่างการเติมเชื้อเพลิง  ทำให้เครื่องบินตกลงไปในทะเล ห่างออกไปราว 100 กม.จากแหลมมูโรโตะทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่น มีนาวิกโยธินอยู่บนเครื่องทั้งหมด 7 คน เบื้องต้น เจ้าหน้าที่พบนาวิกโยธินสหรัฐฯ 1 คน อาการยังทรงตัวอยู่ นำส่งที่สถานีอิวาคูนิ ของกองกำลังนาวิกโยธินสหรัฐฯ จากนั้นอีก 10 ชั่วโมงต่อมา ได้พบนาวิกโยธินสหรัฐฯคนที่สอง มีรายงานว่า เสียชีวิต



+++หน่วยยามฝั่งของประเทศญี่ปุ่นร่วมกับกองทัพสหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการค้นหานาวิกโยธินสหรัฐฯที่ยังสูญหายอีก 5 นาย ทุกฝ่าย หวังว่าทุกคนจะได้รับความช่วยเหลืออย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้



CR:Reuters



 

ข่าวทั้งหมด