ฝรั่งเศส วิจารณ์ทรัมป์ ทำลายนโยบายต่างประเทศ/ปธน.รัสเซีย ให้กำลังใจทีมบอลหมีขาว/แมวอะคิลิส ทายรัสเซียชนะนัดเปิดสนาม

14 มิถุนายน 2561, 05:40น.


+++นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกวังเครมลินหรือทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย แถลงว่า การประชุมสุดยอดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กับนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ช่วยลดสถานการณ์ตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี และเปลี่ยนความคิดจุดพลิกผันที่เคยมีมานานหลายเดือน แต่ก็ต้องวิเคราะห์ผลประชุมด้วย รัสเซียกับจีน พยายามผลักดันแผนการร่วมเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ด้วยการเสนอแนะให้เกาหลีเหนือ ระงับโครงการขีปนาวุธเพื่อแลกกับเงื่อนไขว่าสหรัฐฯกับเกาหลีใต้ควรยกเลิกการร่วมซ้อมรบ และเห็นว่าการเจรจาโดยตรงระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯกับผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เดินมาถูกทางแล้ว



+++ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย มีกำหนดที่จะพบกับนายคิม ยอง นัม เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากสมัชชาประชาชนสูงสุดของเกาหลีเหนือที่กรุงมอสโกในวันพฤหัสบดีที่ 14 มิ.ย.นี้



+++นายทรัมป์ เขียนลงทวีตเตอร์ว่า ทุกคนจะรู้สึกได้ว่าทุกวันนี้มีความปลอดภัยมากกว่าวันที่เขาเข้ารับตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ และไม่มีภัยคุกคามทางนิวเคลียร์จากเกาหลีเหนืออีกต่อไปแล้ว นายทรัมป์ กล่าวว่า การพบกับนายคิม เป็นเรื่องที่น่าสนใจและเป็นประสบการณ์ในทางที่ดีมาก ซึ่งเกาหลีเหนือ จะเป็นประเทศที่มีศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต เกาหลีเหนือ จะไม่ใช่ปัญหาใหญ่และภัยอันตรายที่สุดสำหรับสหรัฐฯอีกต่อไปแล้ว



+++นายคริสเตียน ไทบริง-เจดเด้ และนายเพอร์-วิลลี อมุนด์เซ่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชานิยมก้าวหน้า เสนอชื่อประธานาธิบดีทรัมป์ เข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพประจำปี 2019 ขณะที่ กลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯที่สนับสนุนให้ประธานาธิบดีทรัมป์ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสันติภาพประจำปี 2019 เช่นกัน จากผลงานการประชุมสุดยอดที่ประเทศสิงคโปร์กับนายคิม ชื่อที่ได้รับการเสนอชื่อ จะต้องส่งให้กับคณะกรรมการรางวัลโนเบลแห่งนอร์เวย์ก่อนวันที่ 1 ก.พ.และคณะกรรมการไม่เคยเปิดเผยรายชื่อที่ได้รับการเสนอเข้าชิงรางวัลเลย โดยเก็บเป็นความลับมาโดยตลอดในช่วง 50 ปี



+++ด้านนายฌอง-อีฟส์ เลอดริยง รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศสวิจารณ์ประธานาธิบดีทรัมป์ ว่าบ่อนทำลายความมั่นคงในนโยบายต่างประเทศ ภายหลังจากผู้นำสหรัฐฯ หาเรื่องขัดแย้งกับกลุ่มประเทศพันธมิตรเก่าแก่ แต่กลับอ้าแขนรับผู้นำเผด็จการของเกาหลีเหนือ

พร้อมทั้งกังวลกับกลยุทธ์ทางการทูตของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวโจมตีนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโดของแคนาดาซึ่งเป็นพันธมิตรกันมานานและยังขัดแย้งกับผู้นำกลุ่มจี-7 ภายหลังการประชุมสุดยอดที่เมืองควิเบก แต่ในวันถัดมาผู้นำสหรัฐฯกลับอ้าแขนรับผู้นำเกาหลีเหนือทั้งที่เคยต่อต้านเมื่อไม่กี่วันก่อน รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์กำลังดำเนินนโยบายการทูตแบบพหุพาคี และเสี่ยงทำให้สถานการณ์ไม่มั่นคง 



+++เปิดฉากแล้ววันนี้ การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ที่ประเทศรัสเซีย นัดแรกเป็นเกมเปิดสนามในกลุ่ม A ระหว่าง เจ้าภาพ รัสเซีย กับ ซาอุดีอาระเบีย ที่สนามลุซนิกี สเตเดี้ยม ในกรุงมอสโก เวลา 22.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 5, ทรูโฟร์ยู, อมรินทร์ ทีวี และ ทรูสปอร์ต เอชดี 3 แม้เจ้าภาพรัสเซีย จะมีผลงานที่ไม่ดีในเกมอุ่นเครื่อง แต่ในฐานะที่เป็นเจ้าภาพและต้องลงเล่นนัดเปิดสนามต่อหน้าแฟนบอลตัวเองกว่า 80,000 คน เชื่อว่า จุดนี้จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้รัสเซียน่าจะทำผลงานออกมาได้ดี ขณะที่ซาอุฯ แม้จะมีผลงาน โดดเด่นในรอบคัดเลือกแต่เชื่อว่าเมื่อต้องมาเจอความกดดันแล้ว ยังไงไม่น่าจะต้านเจ้าภาพได้ตลอด 90 นาทีอย่างแน่นอน



+++นายปูติน ยืนยันทีมหมีขาว จะสู้อย่างเต็มที่ในฟุตบอลโลก 2018 ครั้งนี้ที่ตัวเองเป็นเจ้าภาพ แม้จะไม่ประสบความสำเร็จถึงตำแหน่งแชมป์ก็ตาม และระบุว่า พวกเราตั้งความหวังกับฟุตบอลโลกครั้งนี้เพราะมีคนคอยให้กำลังใจเราอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเป็นความจริงที่เราไม่ใช่ทีมเต็งในการลุ้นแชมป์ แต่ทุกคนในทีมจะสู้อย่างเต็มที่ตลอดทัวร์นาเมนต์ และจะแสดงให้เห็นถึงการเล่นฟุตบอลสมัยใหม่



+++ทางการรัสเซีย ใช้ระบบป้องกันภัยทางอากาศและเข้มงวดตรวจสอบประวัติแฟนบอลตามมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย เพื่อรับมือภัยคุกคามทั้งการก่อการร้ายและแฟนบอลอันธพาล โดยรัสเซียเพิ่มกำลังตำรวจมากขึ้นตั้งแต่ได้รับสิทธิ์เป็นเจ้าภาพจัดการ แฟนลูกหนังที่เดินทางมาที่รัสเซีย ต้องลงทะเบียนกับตำรวจก่อนเข้าสนามฟุตบอลที่จัดขึ้นตามเมือง 12 แห่ง รวมทั้งยังจำกัดการจราจรทางน้ำ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวได้ง่ายขึ้น เจ้าหน้าที่ความมั่นคงอย่างน้อย 30,000 คน ได้รับมอบหมายให้กระจายกำลังทั่วกรุงมอสโกในการเปิดสนามฟุตบอลโลกนัดแรก ทีมชาติเจ้าภาพเปิดสนามพบกับซาอุดีอาระเบีย โดยเตรียมพร้อมเครื่องบินขับไล่ประจำการใกล้มอสโกและระบบป้องกันภัยทางอากาศ         



+++อะคิลิส แมวหูหนวกซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นแมวผู้ทำนายผลการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศ เลือกทำนายด้วยการกินอาหารในชามที่มีธงชาติรัสเซีย แสดงว่ามันได้ทำนายว่า รัสเซียจะเป็นผู้ชนะในนัดเปิดสนาม เจ้าเหมียวขนสีขาวตาสีฟ้าตัวนี้ ปกติแล้วจะอยู่ในทีมของแมวผู้ทำหน้าที่ดูแลพิพิธภัณฑ์ในเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กให้ปลอดจากหนู แต่เมื่อมีกิจกรรมฟุตบอลโลกเกิดขึ้นในรัสเซีย จึงได้รับหน้าที่เพิ่มเติมในการทำนายผลฟุตบอลโลก สัตวแพทย์แอนนา คอนดราทเยวา ซึ่งดูแลเจ้าเหมียว บอกว่า อะคิลิสเป็นที่รู้จักและคุ้นเคยกับผู้คนแล้ว มันจึงไม่ได้เครียดอะไรกับเรื่องนี้



+++ในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ โฆษกทำเนียบเครมลิน แถลงว่า ประธานาธิบดีปูติน มีแผนจะหารือกับเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บินซัลมาน มกุฎราชกุมารซาอุดีอาระเบีย ระหว่างเสด็จฯในพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลก(เวิลด์คัพ) เกี่ยวกับเรื่องข้อตกลงลดปริมาณการผลิตน้ำมันโลก ซึ่งซาอุดีอาระเบียและรัสเซียเป็นผู้นำกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน แต่ยังไม่มีแผนหารือการยกเลิกข้อตกลงลดการผลิต  ทำเนียบเครมลิน เปิดเผยว่า เจ้าชายโมฮัมเหม็ดเป็นหนึ่งในคณะผู้นำประเทศต่างๆ ที่จะมาร่วมในพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย



+++คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ(FOMC) ลงมติเป็นเอกฉันท์ปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นร้อยละ 0.25 มาที่ระดับร้อยละ 1.75-2.0 มีการคาดหมายว่า เฟด จะปรับขึ้นดอกเบี้ยทั้งหมด 4 ครั้งในปีนี้ และเฟด พยายามรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจให้อยู่ในระดับที่ยั่งยืน ถ้อยแถลงของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯย้ำว่าการปรับอัตราดอกเบี้ยไม่น่าจะมีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ เฟด มีการปรับเปลี่ยนการใช้ถ้อยคำในถ้อยแถลงเพื่อแสดงว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯมีการปรับตัวดีขึ้น โดยระบุว่า การขยายตัวทางเศรษฐกิจได้ปรับตัวขึ้นในอัตราที่แข็งแกร่ง จากเดิมที่ใช้คำว่า ได้ปรับตัวขึ้นปานกลาง ในการประชุมเมื่อเดือนมี.ค. ส่วนอัตราการว่างงานได้ลดลง จากเดิมที่ใช้คำว่าอยู่ในระดับต่ำ และการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนได้ปรับตัวขึ้น จากเดิมที่ใช้คำว่าได้ชะลอตัวลง



+++ขณะเดียวกัน เฟดปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯในปีนี้ จากเดิมที่ร้อยละ 2.7 มาที่ร้อยละ2.8  และคงตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจในปีหน้าที่ระดับร้อยละ 2.4 ส่วนการขยายตัวในปี 2020 ยังคงอยู่ที่ระดับร้อยละ 2 ขณะที่อัตราการขยายตัวในระยะยาวยังคงอยู่ที่ระดับร้อยละ 1.8



FilePhoto



 



 

ข่าวทั้งหมด