กองทัพเมียนมา ไม่ผิดปราบโรฮิงญา/ทรัมป์กลับสหรัฐแล้ว/น้ำมัน-หุ้นตลาดโลกปรับตัวลดลง

15 พฤศจิกายน 2560, 05:57น.


ทันสถานการณ์โลกเวลา 06.30น.



+++กองทัพเมียนมาเผยแพร่ผลการสอบสวนที่จัดทำขึ้นภายในองค์กรกองทัพฯว่ากองทัพเมียนมาไม่มีความผิดในการแก้ไขปัญหาวิกฤติเกี่ยวกับชาวมุสลิมโรฮิงญา ทั้งปฏิเสธข้อครหาเรื่องการสังหาร การเผาหมู่บ้านเพื่อขับไล่ชาวบ้าน การข่มขืนสตรีและเด็กหญิงและการปล้นสดมภ์ทรัพย์สินของชาวโรฮิงญาว่าล้วนไม่เป็นความจริง โดยกองทัพฯเผยแพร่ผลสอบสวนทางเฟซบุคระบุว่ากองทัพฯได้จัดทำสอบสวนเรื่องนี้โดยการสัมภาษณ์ชาวบ้านหลายพันคนซึ่งส่วนใหญ่ยืนยันว่ากองทัพฯไม่มีส่วนกระทำความผิด หรือทำการละเมิดสิทธิมนุษยชนชาวโรฮิงญาตามที่ถูกกล่าวหา



+++ผลสอบสวนระบุว่ากลุ่มผู้ก่อการร้ายในชุมชนชาวโรฮิงญา(ซึ่งกองทัพเมียนมาใช้คำว่าชาวเบงกาลี)เป็นฝ่ายที่ลงมือก่อเหตุเผาบ้านเรือนของชาวบ้าน นอกจากนี้การที่ชาวบ้านหลายแสนคนอพยพออกจากชุมชนเนื่องจากพวกเขาได้รับคำบอกเล่าให้ต้องทำเช่นนั้นและหวั่นเกรงผู้ก่อการร้ายจะบุกเข้าโจมตีหมู่บ้านของพวกเขา แต่ผลสอบสวนนี้ดูเหมือนจะตรงข้ามกับหลักฐานต่างๆที่นักข่าวบีบีซีได้พบเหตุเกี่ยวกับวิกฤติครั้งนี้ซึ่งสหประชาชาติ(ยูเอ็น)ระบุว่าเป็นตัวอย่างของการขจัดชนกลุ่มน้อยให้หมดสิ้นไปจากประเทศ ด้านองค์การนิรโทษกรรมสากลกล่าวถึงผลสอบสวนของกองทัพเมียนมาว่าเป็นความพยายามบิดบังข้อเท็จจริง พร้อมทั้งขอให้ยูเอ็นส่งคณะผู้สงเกตการณ์ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่เกิดเหตุคือรัฐยะไข่ ทางภาคเหนือของเมียนมา  ขณะเดียวกัน นายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีตางประเทศสหรัฐฯซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนฟิลิปปินส์เพื่อร่วมประชุมสุดยอดด้านความมั่นคงกับกลุ่มอาเซียน จะไปเยือนเมียนมาร์ในวันนี้



+++ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯเดินทางกลับสหรัฐฯจากสนามบินนานาชาติ นินอย อากีโน ในกรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์เมื่อเช้าวันนี้ หลังเกิดปัญหาล่าช้าในการจัดประชุมของเจ้าภาพ ส่งผลให้นายทรัมป์ไม่ได้เข้าประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเวทีประชุมประจำปีของผู้นำจาก 16 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ที่สำคัญคือนายทรัมป์ไม่ได้กดดันรัฐบาลฟิลิปปินส์ในเรื่องนโยบายปราบปรามยาเสพติดระหว่างการพบปะกับประธานาธิบดีโรดริโก ดูแตร์เตของฟิลิปปินส์ เมื่อวันจันทร์ นอกรอบการประชุมสุดยอดในครั้งนี้ แม้ว่านโยบายนี้จะเป็นเหตุให้มีการฆ่าตัดตอนคนในขบวนการค้ายาเสพติดแล้วหลายพันศพในฟิลิปปินส์นับตั้งแต่นายดูแตร์เตรับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อปีที่แล้ว โดยแถลงการณ์ร่วมหลังการประชุมของผู้นำทั้งสองย้ำถึงความสำคัญของเรื่องสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ว่าเป็นเรื่องสำคัญและเห็นพ้องกันว่าจะกำหนดให้เรื่องนี้เป็นปัญหาสำคัญในเวทีประชุมระดับชาติของแต่ละประเทศต่อไป



+++สถาบันจัดอันดับเครดิตสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์(เอสแอนด์พี)ของสหรัฐฯว่า เอสแอนด์พีประกาศลดอันดับเครดิตเวเนซุเอล่าลงไปอยู่ในระดับผิดนัดชำระหนี้บางส่วน(SD)เมื่อวานนี้ หลังรัฐบาลเวเนซุเอล่าไม่มีเงินชำระหนี้พันธบัตรทั่วโลกจำนวน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นับเป็นสถาบันจัดอันดับเครดิตแห่งแรกของโลกที่ประกาศลดอันดับเครดิตของเวเนซุเอล่าลงสู่ระดับเอสดี ระบุว่า เอสแอนด์พีปรับลดอันดับเครดิตของเวเนซุเอล่า 2 รายการลงสู่ระดับผิดนัดชำระหนี้(คือระดับ D คือดีฟอลต์) และลดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศลงสู่ระดับ SD โดยเอสเอสพีได้ประกาศลดอันดับเครดิตของเวเนซุเอล่าหลังพ้นระยะเวลาผ่อนผัน 30 วันให้ลูกหนี้ชำระหนี้พันธบัตร 2 รายการ แต่รัฐบาลเวเนซุเอล่าไม่สามารถชำระหนี้ตามกำหนด



การประกาศลดอันดับเครดิตของเอสแอนด์พีครั้งนี้มีขึ้นหลังรัฐบาลเวเนซุเอล่าพบกับคณะเจ้าหนี้นานาชาติในกรุงการากัสเมื่อวานนี้ แต่ไม่ได้นำเสนอแผนการปรับโครงสร้างหนี้จำนวน 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯให้ที่ประชุมพิจารณา ด้านผู้เข้าร่วมประชุมบอกกับเอเอฟพีว่ารัฐบาลเวเนซุเอล่าต้องการให้มีการจัดตั้งคณะทำงานชุดหนึ่งขึ้นมาพิจารณาข้อเสนอสำหรับใช้เจรจาต่อรองกันใหม่สำหรับหนี้ระยะสั้นและระยะยาว แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดอย่างชัดเจน



+++ราคาน้ำมันในวันอังคาร(14พ.ย.) ลดลงแรงแตะระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 1 สัปดาห์  สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต หรือไลต์สวีตครูด เดือนธันวาคม ลดลง 1.06 ดอลลาร์ ปิดที่ 55.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือลอนดอน งวดส่งมอบเดือนมกราคม ลดลง 95 เซนต์ ปิดที่ 62.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล



+++ทบวงพลังงานสากลในวันอังคาร(14พ.ย.) เผยแพร่รายงานประจำเดือนเกี่ยวกับแนวโน้มพลังงานโลก โดยปรับลดประมาณการอุปสงค์น้ำมันดิบลง 100,000 บาร์เรลต่อวันสำหรับปี 2017 และ 2018 สวนทางกับโอเปก ที่เมื่อวันจันทร์(13พ.ย.) ปรับเพิ่มคาดหมายอุปสงค์น้ำมันโลกในปีนี้และปีหน้า



++ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯในวันอังคาร(14พ.ย.) ปิดลบ จากความไม่แน่นอนของแผนปฏิรูปภาษีอเมริกา และแรงฉุดของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับภาคปิโตรเลียม หลังราคาน้ำมันขยับลงแรง  ดาวโจนส์ ลดลง 30.23 จุด (0.13 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 23,409.47 จุด +++ส่วนราคาทองคำในวันอังคาร(14พ.ย.) ปรับขึ้น 2 วันติด หลังดอลลาร์อ่อนค่าลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 สัปดาห์ โดยทองคำตลาดโคเม็กซ์ เพิ่มขึ้น 4 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,282.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์



+++นายซูห์ วุก ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการจากคณะเสนาธิการร่วมของกองทัพเกาหลีใต้ สรุปสถานการณ์ต่อที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติเกาหลีใต้ว่า ทหารเกาหลีเหนือถูกเพื่อนทหารยิงบาดเจ็บ ขณะหลบหนีออกจากด่านชายแดนเพื่อข้ามฝั่งเข้าไปยังเกาหลีใต้เมื่อเที่ยงวานนี้ ยังไม่พ้นขีดอันตราย มาถึงเช้าวันนี้ยังไม่รู้สึกตัวและยังไม่สามารถหายใจได้เอง แพทย์ยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจเพื่อยื้อชีวิตของเขา โดยแพทย์ได้ผ่าตัดเอากระสุนออกจากร่างของทหารคนนั้นแล้ว 5 นัด ยังเหลืออีก 2 นัด

ก่อนหน้านี้ทหารคนดังกล่าวได้ขับรถโฟร์วีลมุ่งตรงยังหมู่บ้านแห่งสันติภาพในเขตปลอดทหารที่มีการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาในบริเวณชายแดนของสองเกาหลี แต่บังเอิญล้อข้างหนึ่งหลุดจึงต้องลงจากรถและวิ่งหนี โดยมีทหารเกาหลีเหนือ 4 คนรัวกระสุนไล่หลังกว่า 40 นัด ทหารคนดังกล่าวได้วิ่งไปหลบอยู่หลังอาคารสำนักงานความมั่งคงร่วมหลังหนึ่งของกองทัพเกาหลีใต้ในเขตปลอดทหาร ด้านทหารเกาหลีใต้และสหรัฐฯ ซึ่งหวั่นเกรงว่า ทหารเกาหลีเหนือจะระดมยิงไล่หลังยังทหารคนดังกล่าวซ้ำอีก จึงหมอบคลานไปกับพื้นดินไปจนถึงตัวทหารที่บาดเจ็บ ก่อนที่เขาจะนำตัวไปรักษาอาการบาดเจ็บในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในละแวกใกล้เคียง นับเป็นครั้งแรกนับแต่ปี 2550 ที่ทหารเกาหลีเหนือแปรพักตร์ ข้ามแดนหลบหนีเข้าไปยังเกาหลีใต้

ข่าวทั้งหมด