สเปนฉลองวันชาติ/ทรัมป์เดินหน้าปราบเกาหลีเหนือ/UNเรียกจนท.กลับจากเมียนมาร์

13 ตุลาคม 2560, 06:41น.


*ทันสถานการณ์โลกเวลา 06.30น.*



+++รัฐบาลสเปนจัดงานฉลองวันชาติ ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชนจะร่วมแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ที่สนับสนุนเรื่องความเป็นปึกแผ่นของประเทศจะพากันติดธงชาติตามระเบียงบ้านและหน้าต่างทั่วทั้งเมืองโดยพร้อมเพรียงกัน ส่วนประชาชนอีกกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะกลุ่มแนวคิดขวาจัดจะไปร่วมชุมนุมแสดงพลังสนับสนุนเอกราชในย่านใจเมืองบาร์เซโลนา เมืองเอกของแคว้นกาตาลุญญา การฉลองวันชาติของสเปนมีขึ้น 1 วันหลังนายราฮอยยื่นคำขาดไปถึงนายคาร์เลส ปุยเดอมองต์ ผู้นำแคว้นกาตาลุญญา ที่ต้องการจะแบ่งแยกดินแดน ให้มีเวลาไปจนถึงสัปดาห์หน้าที่จะแถลงจุดยืนให้กระจ่างชัดว่า เขายังคงมีความประสงค์จะเดินหน้าแผนประกาศเอกราชหรือไม่



+++ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯย้ำจุดยืนของเขาในการแก้ไขปัญหาเกาหลีเหนืออย่างจริงจัง ระบุว่าเกาหลีเหนือยังคงเดินหน้าโครงการพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะถูกประณามจากประชาคมระหว่างประเทศ เมื่อถูกผู้สื่อข่าวสอบถามที่ทำเนียบขาวเมื่อวานนี้ว่าเขาและนายเร็กซ์ ทิลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯมีความเห็นตรงกันหรือไม่ในเรื่องแนวทางการแก้ไขปัญหาเกาหลีเหนือ ทรัมป์ตอบว่า เขามีทัศนะแตกต่างเล็กน้อยจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆของสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้นายทิลเลอร์สันเปิดเผยว่าสหรัฐฯอยู่ระหว่างการติดต่อพูดคุยกับรัฐบาลเกาหลีเหนือ แต่นายทรัมป์ระบุว่าตัวเขามีความรู้สึกถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหานี้แรงกว่าคนอื่นๆ เขากล่าวเขารับฟังความคิดเห็นของทุกคน แต่ยืนยันว่าในท้ายที่สุดแล้ว ทัศนะของเขาในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้จะมีความสำคัญเหนือเจ้าหน้าที่คนอื่นๆของสหรัฐฯ



+++กลุ่มเฮสบอลเลาะห์ของเลบานอนปฏิเสธเงินรางวัลหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ จากสหรัฐอเมริกาหากกลุ่มให้ข้อมูลที่นำไปสู่การจับกุมตัวผู้นำ 2 คนของกลุ่ม โดยตั้งเงินรางวัล 7 ล้านดอลลาร์สำหรับข้อมูลนายทาลาล ฮามิยาห์ หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการต่างประเทศ และอีก 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับข้อมูลนายฟาอุด ชูเกอร์ หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการทางทหารเฮสบอลเลาะห์ โดยระบุว่า การตั้งรางวัลนำจับไม่สามารถโน้มน้าวใจให้สมาชิกกลุ่มหักหลังนักรบคนอื่น และไม่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของกลุ่ม



+++สหประชาชาติ ประกาศเรียกนางเรนาตา ลอค-เดสซาเลียน เจ้าหน้าที่ระดับสูงเมียนมากลับสำนักงานใหญ่ที่มหานครนิวยอร์ค สหรัฐฯ ภายในสิ้นเดือนตุลาคมนี้ เป็นท่าทีล่าสุดต่อ รัฐบาลเมียนมาใช้กำลังทหารในรัฐยะไข่ จนทำให้มีชาวโรฮิงญาหลบหนีไปยังบังกลาเทศ ตั้งแต่เดือนสิงหาคมจนถึงปัจจุบันซึ่งมีจำนวนมากกว่า 500,000 คนแล้ว มีรายงานของสื่อต่างประเทศในเมียนมา ที่ระบุว่า เธอมีแนวทางการทำงานที่โน้มเอียงไปทางฝ่ายรัฐบาลเมียนมาในหลายเรื่อง รวมถึงการห้ามขบวนรถของกลุ่มบรรเทาทุกข์เดินทางเข้าไปในรัฐยะไข่ด้วย



++++นายโทไบอัส อาเดรียน หัวหน้าแผนกตลาดเงินและตลาดทุนของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ)กล่าวว่าเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีมานี้ที่ไอเอ็มเอฟมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับทิศทางการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้และปีต่อๆไป แต่ไอเอ็มเอฟพบปัญหาใหม่คือ เรื่องหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลกหรือกลุ่มจี-20 โดยเฉพาะจีน บราซิลและตุรกี ระบุว่าระดับหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นในกลุ่มจี-20 สำหรับจีน ไอเอ็มเอฟตั้งข้อสังเกตว่าจีนยังคงสนับสนุนให้มีการขยายตัวของการกู้ยืมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการกู้ยืมเงินนอกระบบ ซึ่งไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของระบบธนาคารของจีนขณะเดียวกันเอ็มเอฟพบว่า ภาคเอกชนในกลุ่มจี-20 มีความเข้มแข็งทางการเงินมากเดิมมากเมื่อเทียบกับในช่วงก่อนวิกฤติเศรษฐกิจทั่วโลกเมื่อปี 2551 และความสามารถในการชำระหนี้ของเอกชนในกลุ่มจี-20 ก็สูงขึ้นเช่นเดียวกัน นอกจากนี้หลายฝ่ายคาดว่า ธนาคารกลางของสหรัฐฯและยุโรปจะกำหนดเงื่อนไขทางการเงินให้มีความเง้มงวดมากขึ้น ในประเด็นนี้เขามองว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงที่จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในอนาคต แม้ว่าธนาคารกลางของประเทศเหล่านั้นจะค่อยๆปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยทีละเล็กทีละน้อย แต่จะมีผลให้อัตราดอกเบี้ยโดยรวมอยู่ในระดับที่สูงขึ้นตามระยะเวลาที่ผ่านไป เขาตั้งข้อสังเกตว่าที่ผ่านมาการที่หลายประเทศมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมากช่วยทำให้ประเทศเหล่านั้นสามารถจะหาแหล่งเงินกู้ยืมได้อย่างง่ายดาย เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นตัวจากภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจ แต่ขณะนี้เศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ในระยะการฟื้นตัว ดังนั้น การคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำจึงยังเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น



++ราคาน้ำมันตลาดโลก ปิดตลาดเช้าวันนี้ ไนเม็กซ์ ตลาดนิวยอร์ค ส่งมอบเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้น 17 เซนต์ ที่ 50.77 เหรียญต่อบาร์เรล ส่วนเบรนท์ทะเลเหนือ ตลาดลอนดอน ปิดตลาด ลดลง 69 เซนต์ ที่ 56.25 เหรียญต่อบาร์เรล สำหรับ ตลาดหุ้นดาวโจน์ส ปิดตลาด ลดลง 31.88 จุด ปิดที่ 22,841.01 จุด ส่วนราคาทองคำโคเม็กซ์ ปิดตลาดลดลง 20เซนต์ ปิดที่ 1,296.20 เหรียญต่อออนซ์



+++เฟซบุคของนายทาเฮอร์ อัลนูโน โฆษกของกลุ่มฮามาสและนายอุสมา กาวัสมี โฆษกกลุ่มฟาตาห์ว่า สองคู่ปรปักษ์ที่ขัดแย้งกันมานานคือกลุ่มฟาตาห์และกลุ่มฮามาสสามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อความปรองดองกันหลังพยายามจะหาทางไกล่เกลี่ยกันมาหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จและยังคงมีความบาดหมางกันเรื่อยมา  การเจรจากันโดยตรงมีขึ้นหลังทั้งสองฝ่ายเริ่มการเจรจาโดยอ้อมโดยผ่านรัฐบาลอียิปต์มาตั้งแต่กลางเดือนกันยายน สำหรับกลุ่มฟาตาห์ เป็นพรรคการเมืองของของประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ผู้นำองค์การปาเลสไตน์ ซึ่งปกครองเขตเวสต์แบงก์ ส่วนกลุ่มฮามาส ปกครองเขตฉนวนกาซา การพยายามในการรวมชาติครั้งนี้มีขึ้นหลังเขตฉนวนกาซาเผชิญกับวิกฤติด้านมนุษยธรรมมาอย่างต่อเนื่อง



+++เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเกือบหมื่นคนพร้อมอุปกรณ์กว่า 300 ชุดจากทั่วอเมริกา ระดมดับไฟป่าที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 คนในแคลิฟอร์เนีย นอกจากนี้ยังมีผู้สูญหายอีกหลายร้อยคน ผู้ว่าการรัฐประกาศบังคับใช้สถานการณ์ฉุกเฉินใน 8 เทศมณฑล และทรัมป์ก็ประกาศภาวะภัยพิบัติใหญ่ในแคลิฟอร์เนีย เพื่อจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรส่วนกลางไปช่วยดับไฟป่า นอกจากไฟลุกไหม้สร้างความเสียหายแล้ว หลายพื้นที่ เช่น ทั่วทั้งซานฟรานซิสโกเบย์ ยังปกคลุมไปด้วยควันไฟคลุ้งจนประชาชนต้องสวมหน้ากากป้องกัน



+++อิทธิพลของพายุดีเปรสชั่นในพื้นที่ตอนเหนือและตอนกลางของเวียดนามทำให้มีน้ำท่วมสูง และดินถล่ม มีผู้เสียชีวิตแล้ว 37 รายสูญหาย 40 คนและอีกมากกว่า 17,000 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 21 รายเบื้องต้นพบว่ามีบ้านเรือนเสียหายทั้งหลังมากกว่า 200 หลัง ขณะที่อีกเกือบ 18,000 หลังถูกน้ำท่วมหรือได้รับความเสียหายบางส่วน พื้นที่เกษตรเสียหายเป็นบริเวณกว้าง สัตว์เลี้ยงและสัตว์ในฟาร์มต่างๆ ประมาณ 40,000 ตัวตายหรือถูกพัดพา 

ข่าวทั้งหมด