ยังไม่ได้ข้อสรุป นั่งแค็ป-ท้ายกระบะ รองนายกฯ ย้ำ ไม่ต้องแก้กม.แต่จะดูแลความปลอดภัยปชช.

21 เมษายน 2560, 18:14น.


หลังการประชุมถึงมาตรการการนั่งแคบและท้ายรถกระบะของประชาชน นายวิษณุ เครืองามรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้ประชุมร่วมกับกรมการขนส่งทางบก สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงกรมสรรพสามิต เนื่องจากเป็นผู้พิจารณาเรื่องภาษีของรถ ซึ่งการประชุมในวันนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปใด ส่วนข้อเสนอ 3 ประการ ที่ประกอบด้วย ที่นั่งแคบรุ่นที่กว้างเพียงพอ ให้ติดตั้งเข็มขัดนิรภัย 2 หรือ 3 จุด จึงสามารถนั่งโดยสารได้ ท้ายกระบะ หากจำเป็นต้องบรรทุกคน ให้บรรทุกได้ไม่เกิน 6 คน และติดตั้งราวจับยึด หรือเข็มขัดนิรภัยเท่าที่ทำได้ รวมทั้งรถกระบะที่บรรทุกคนให้ใช้ความเร็วได้ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เสนอมานั้น ยังคงเป็นเพียงข้อเสนอ ที่แต่ละฝ่ายยังต้องกลับไปศึกษา เนื่องจากเป็นผลกระทบที่กระทบต่อประชาชน



ที่ประชุมในวันนี้ ยังคงอยู่ในหลักมาตรการที่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของประชาชน ไม่เน้นความปลอดภัยมากเกินไปจนทำให้ประชาชนลำบาก และไม่เห็นแก่ความรื่นเริงจนไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ซึ่งขณะนี้ ค้นพบช่องทางที่จะทำให้เกิดความสมดุลทั้งสองเรื่อง แต่ต้องนำไปพิจารณาก่อนจะเปิดเผยได้ ทั้งนี้หากมีมาตรการใดออกมา ก็ไม่จำเป็นต้องแก้กฎหมาย เพราะสามารถที่จะทำได้ รวมทั้งจะไม่เกี่ยวข้องกับการใช้คำสั่งตามมาตรา 44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอให้ประชาชนสบายใจได้ว่ารัฐบาลจะดูแลทั้งความปลอดภัยและความสะดวกสบายให้เกิดความสมดุล ไม่เป็นภาระและไม่เป็นช่องทางให้เจ้าหน้าที่กดขี่ข่มเหงรีดไถประชาชน รวมทั้งไม่ทำให้เจ้าหน้าที่ลำบากใจในการปฏิบัติงาน



 หลังจากนี้ให้แต่ละฝ่ายไปศึกษาข้อเสนอที่ได้นำมาหารือกันในวันนี้อีกครั้งรวมทั้งวิเคราะห์สถิติตัวเลขที่เกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ก่อนจะนำข้อสรุปมาหารือกัน โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาไม่นานหลังจากนี้ อย่างไรก็ตามนายวิษณุเครืองามยังย้ำถึงการโดยสารรถตู้โดยสารสาธารณะที่จะต้องบรรทุกผู้โดยสารไม่เกิน 13 ที่นั่ง รวมทั้งคาดเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งซึ่งเริ่มดำเนินการไปแล้ว



ที่ประชุมวันนี้ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยังรายงาน สถิติการเกิดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ตั้งแต่ 11-17 เม.ย. พบว่า ในปีนี้ต่างจากปีที่ผ่านมา เนื่องจากไม่มีผู้เสียชีวิตจากการโดยสารรถโดยสารสาธารณะ ในเทศกาลสงกรานต์ โดยเกิดจากมาตรการที่เข้มงวดและ ผู้ขับขี่มีการตระหนักถึงอันตรายมากขึ้น ซึ่งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่เกิดกับรถส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์ทั้งสิ้น ทั้งนี้ไม่พบผู้ที่คาดเข็มขัดนิรภัยแล้วเสียชีวิต ส่วนรถจักรยานยนต์พบผู้เสียชีวิตจำนวนมาก สาเหตุมาจากเมาแล้วขับและไม่สวมหมวกนิรภัย  หลังให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเสร็จนายวิษณุได้ เดินขึ้นรถ พร้อมทั้งคาดเข็มขัดนิรภัยโชว์สื่อมวลชน ก่อนจะเดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล

ข่าวทั้งหมด