|
เรื่อง : อัจฉรา บัวสมบูรณ์ วันนี้ได้ไปเดินดูตลาดปลาที่ ซาห์จาน์ ด้วย ปลาตัวใหญ่ทั้งนั้น แถมยังมีปลาฉลามอีกด้วยนะ พ่อค้าจะอัธยาศัยดี คนที่นี่ส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้รู้เรื่องทีเดียว แต่ก็ยังสำเนียงอาหรับอยู่ ตลาดปลาเขา ดูสะอาด โล่ง ติดกับท่าเรือเลย มีกลิ่นบ้าง แต่พอลงไปอยู่นานๆก็ชิน อ้อ ลืมบอกไปว่าอากาศที่นี่เป็นอุปสรรคในการถ่ายทำอย่างยิ่ง ทั้งภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว เพราะอยู่ในรถซึ่งเปิดแอร์เย็นฉ่ำ พอลงจากรถร้อนตับแล่บ กล้องฝ้าขึ้นกระทันหัน ขนาดเป็นกล้อง Beta แล้วนะยังช่วยไม่ได้เลย ทำเอาต้องรอกล้องปรับสภาพก่อนทุกครั้ง จากนั้นเราก็ไปที่ชาห์จาน์ซุกต์ ซึ่ง Souk. เขาแปลว่า ตลาด แต่ตึกเขาจะสวยงามสไตล์อาราบิค เหมือนอาคารสำคัญๆ มากกว่าตลาด แต่ข้างในก็จะคล้ายห้างมาบุญครองบ้านเรา มีร้านค้าเยอะ มี 2 ชั้น ชั้นบนจะขายพรม ชั้นล่างจะขายของที่ระลึกพื้นเมือง มีของเล่นบ้าง และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งก็มาจากจีนบ้าง เกาหลีบ้าง อินเดียบ้าง ของที่เป็นพื้นเมืองจริงๆ คือ กรอบรูปทราย 7 สี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ UAE เพราะทรายแต่ละสีจะแทนรัฐแต่ละรัฐ และทรายที่นี่เขาต้องผ่านการทำพิธีก่อนด้วยนะคะ ไม่ใช่ว่าจะไปตักใส่ถุงได้ง่ายๆ เพราะว่าทุกตารางเซ็นติเมตรของที่นี่คือของพระเจ้าเท่านั้น คนที่นี่เขาไม่มีที่ดิน (ต้องเรียกที่ทรายถึงจะถูก) เป็นของตัวเองถึงแม้ว่าจะรวยแค่ไหน เพราะความเชื่อศาสนาที่ว่าที่ดินเป็นของพระเจ้า พวกเขามีสิทธิ์แค่อยู่อาศัยเท่านั้นเอง มาคิดดูดีๆ ทำให้เห็นสัจธรรมในศาสนาอิสลามมากเหมือนกันนะคะ เพราะด้วยความจำเป็นที่สถานที่ของเขามันมีความยากลำบากในการดำรงชีวิตอยู่ ทำให้ต้องมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดต่างๆมากมาย ในการใช้ชีวิต ทั้งนี้เพื่อควบคุมคนให้อยู่ด้วยกันอย่างเป็นสุขสงบ ไม่แก่งแย่งชิงความอยู่รอด ในขณะที่ในธรรมชาติมีอยู่อย่างจำกัด ทั้งน้ำ อาหารต่างๆ คนพื้นเมืองจริงๆ ของ UAE มีแค่ 25% ของจำนวนประชากร 2,900,000 คนเท่านั้น ที่เหลือเป็นชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงาน ทั้งจากอินเดีย ปากีสถาน อิหร่าน อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ก่อนหน้านี้มีคำพูดถึงความซื่อสัตย์ ยึดมั่นในหลักคำสอนของศาสนาของชาวพื้นเมืองว่า ถ้ามีใครทำกระเป๋าเงินตกหายที่ไหน ก็จะเจอที่เดิม เพราะจะไม่มีใครหยิบของคนอื่น หรือขโมยของเลย แต่ปัจจุบัน พอความเจริญเข้ามา คนต่างชาติเข้ามามากๆ เรื่องเหล่านี้เลยกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าต่อๆกันมาเท่านั้นเอง เพราะแม้แต่ในงานแสดงสินค้า Thailand Exhibition 2002 ที่เมืองซาร์จาห์ ครั้งนี้ก็ยังมีขโมยเลยค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นฝีมือใคร จะจับก็ลำบาก คลุมหน้าคลุมตากันหมด ไม่น่าเลย มีคนเคยบอกว่า ถ้าทุกคนทำได้แค่ศีล 5 พื้นฐานครบทุกข้ออย่างจริงจัง โลกนี้ก็ไม่วุ่นวายเท่านี้ แต่มาที่นี่ก็เลยเชื่อเพิ่มขึ้นกว่าเดิมว่า ถ้าทุกคนที่ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใดๆ ถ้าทำได้ตามคำสอนแค่พื้นฐานของศาสนาที่ตัวเองเคารพนับถืออย่างจริงจังแล้วล่ะก็ สันติสุข บังเกิดขึ้นแน่ๆค่ะ ส่วนใครคิดจะส่งลูกหลานมาเรียนที่นี่ก็ดีนะคะ ไม่ค่อยมีแหล่งอบายมุขดีค่ะ เหล้าเบียร์หาทานกันยาก ร่านที่ขายได้ต้องได้รับอนุญาติเท่านั้น ไม่ใช่ใครนึกจะขายก็ขาย ผู้ปกครองที่คิดการณ์ไกลอยากให้ลูกหลานได้ภาษาอารบิคไว้ค้าขายกับแถบตะวันออกกลางก็เป็นเรื่องที่ดีนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านที่เป็นมุสลิมอยู่แล้วยิ่งน่าสนับสนุนค่ะ ส่วนเรื่องมาเที่ยวซื้อของ shopping ยุคเงินบาทตกต่ำนี่ลืมไปได้เลยค่ะ ใครๆที่ว่าของดูไบถูก เดี๋ยวนี้ราคาเท่าเมืองไทยเลยค่ะ ไม่ต้องคิดจะมา shopping อีกเลย แต่ที่ UAE เขาก็จะบริการนักท่องเที่ยวดีมากนะคะ ถ้าสมมุติว่ามาเจ็บป่วยที่นี่ สามารถเข้ารักษาพยาบาลฟรีเลย โรงแรมอันดับ1ของโลก ระดับ7ดาว ก็อยู่ที่นี่นะคะ ชื่อ Burz Al Arab อ่านว่า เบริจ อัล อาหรับ โรงแรมเป็นรูปเรือใบ ตั้งอยู่ริมทะเล เป็นของชี้ดโมฮัมเหม็ด มงกุฎราชกุมารค่ะ เห็นว่าค่าเข้าพักก็ตกเลข 6 หลักเชียวค่ะ อย่างเราขอแค่ได้เห็นก็พอค่ะ โรงแรมนี้ตั้งอยู่ที่ดูไบค่ะ ส่วนที่เมืองหลวงอาบูดาบีนั้นก็พยายามสร้างจุดเด่นของตัวเองด้วยการทำให้เป็น Garden of Gulf ค่ะ คือพยายามปลูกต้นไม้ให้ได้มากที่สุด เราจะรู้สึกร่มรื่นเหมือนไม่ได้อยู่กลางทะเลทรายเลย เขาจะลงทุนซื้อนกมาเป็นล้านล้านตัว เพื่อมาปล่อยที่นี่เพื่อให้ครบถ้วนของความเป็นสวน ซึ่งก็ถือได้ว่าเป้นความพยายามที่สุดยอดจริงๆ ทำให้เรานึกไปว่า การที่เขาต้องอยู่ในดินแดนที่แสนจะแร้นแค้นนี้พระเจ้าก็ได้ประทานสิ่งชดเชยมาให้คือน้ำมัน ซึ่งจะทำให้ประเทศเขาสามารถหาซื้อทุกสิ่งทุกอย่างได้ดั่งใจประสงค์ เพราะทุกอย่างที่นี่ต้องใช้เงินทั้งสิ้น จะเรียกว่าเป็นการสร้างสมดุลย์ให้เกิดขึ้นก็คงจะไม่ผิด เพราะแม้ว่าเราจะยากจนอย่างไร เราก็ยังสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างสบาย ปลูกผัก ปลูกข้าว หากินเองได้โดยไม่ต้องพึ่งเงินเลยด้วยซ้ำ ลองเลือกดูเล่นๆ แล้วกันนะคะว่าชอบแบบไหนกันค่ะ |
|---|