|
ภาพ VDO วินาทีแรกที่สองแม่ลูกได้พบกัน ภาพ VDO วินาทีแรกที่สองแม่ลูกได้พบกัน [RealPlayer] เรื่อง :
จส.100
เจ้าหน้าที่ข้อมูล จส.100 คุณอัญชนา พงษ์อุทธา รับโทรศัพท์จากสมาชิกที่โทรเข้ามา จส.100 ตามหน้าที่ปกติ สิ่งแรกที่ต้องทำคือ รับเรื่องราวทั้งหมดบันทึกลงคอมพิวเตอร์ ทันทีที่รับสาย นาวาเอกสมภพ สุวิทยารังการ แจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า อยากจะให้ จส.100 ช่วยตามหาคุณแม่ของทหารนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกัน ที่เป็นคนไทย
ข้อมูลที่รับรับแจ้งกับทาง จส.100 ว่า Mr. Matthew D Scott ทหารนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกา แต่เดิมเป็นคนไทย แต่ถูกพ่อแม่ชาวอเมริกันขอไปเลี้ยงโดยถูกกฎหมายตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ซึ่งขณะนี้ ทหารคนดังกล่าวได้มาฝึกภาระกิจร่วม ไทย อเมริกัน ที่เรารู้จักกันดีนาม Cobra Gold และจะกลับสหรัฐในวันที่ 22 มิถุนายน 2545 จึงอยากจะพบบิดา มารดาซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดโดยแท้ ข้อมูลดังกล่าว ถูกส่งไปยังผู้ควบคุมรายการ เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามคำร้องขอต่อไป ทันที ที่ผู้ควบคุมรายการได้รับทราบข้อมูล จึงโทรกลับไปสอบถามข้อมูลกับผู้แจ้งอีกครั้ง ซึ่งนาวาเอกสมภพ สุวิทยารังการ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ขณะที่ตนเองกำลังประสานงานตามภาระกิจ ก็ได้พบกับทหารผู้นี้จึงเข้าไปทักทาย เพราะนึกว่าคนไทย แต่ท่านก็ต้องแปลกใจเป็นอย่างมาก เมื่อทราบว่า ชายคนดังกล่าวพูดไทยไม่ได้เลย จนในที่สุด จ่าโทแมททิว จึงนำเอกสารที่ตนทราบว่าใครเป็นพ่อแม่ที่แท้จริงตั้งแต่อายุ 8 ขวบ และมีความตั้งใจตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาในการที่จะได้มีโอกาสพบกับผู้ที่ให้กำเนิดที่แท้จริงอีกครั้ง ( ซึ่งมาทราบภายหลังว่า จ่าโทแมททิว มีความตั้งใจอย่างมาก เพราะเมื่อมาฝึกที่เมืองไทยเป็นครั้งแรกนี้ ก็พยายามนำเอกสารดังกล่าว ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ไทยในค่ายฝึกให้ช่วยตามหา ) ข้อมูลเอกสารดังกล่าว จึงถูกส่งโทรสารมายัง จส.100 เพื่อเป็นข้อมูลในการตามหาบิดา มารดา ที่ให้กำเนิด ด้วยประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่ จส.100 จึงได้อาศัยข้อมูลบิดา มารดา ผู้ให้กำเนิดในสูติบัตร ในการตามหา ในเบื้องต้น ตรวจสอบในข้อมูลทะเบียนราษฎรก็ไม่พบที่อยู่ของบิดา มารดา แต่อย่างใด
การติดตามเป็นไปอย่างต่อเนื่อง จนถึงช่วงของคุณพงษ์สุวรรณ เปี่ยมสุวรรณศิริ ผู้ควบคุมรายการในขณะนั้น พยายามพิจารณาข้อมูลที่ได้มาอย่างละเอียดอีกครั้ง จนในที่สุด จึงได้ลองค้นหานามสกุลดังกล่าวในฐานข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์ ของ จส.100 ก็พบว่า นามสกุลของมารดา จ่าโทแมททิว มีตรงกันถึง 4 หมายเลข ผู้ควบคุมรายการ จึงสั่งให้คุณฐิติมา ข่ายสุวรรณ ผู้ประสานงาน โทรศัพท์ติดตาม ทีละบ้าน ว่าใคร รู้จักนางถ่ม หอนงาม บ้าง ด้วยความเพียรพยายามอยู่นานของฝ่ายประสานงาน ในที่สุด จส.100 ก็พบความหวังที่จะมีโอกาสได้พบแม่ของจ่าโทแมททิว เมื่อคุณวิเชียร หอนงาม หนึ่งในสี่หมายเลขที่เราโทรตามแจ้งว่า รู้จักกับนางถ่ม เป็นญาติ จะลองเดินไปถามดูให้ว่ามีหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อหรือไม่ 20 พฤษภาคม 2545 จากเวลาประมาณ 15.30 น. - 18.00 น. ช่วงเวลาที่เรารอคอย เจ้าหน้าที่ จส.100 แอบหวังอยู่ลึกๆในใจว่า คราวนี้ เราน่าจะโชคดี เพราะนี่ คือความหวังสุดท้ายของเราแล้ว ในที่สุดปาฏิหารย์ก็เป็นจริง คุณวิเชียร ก็สามารถหาเบอร์หัวหน้าคนงานก่อสร้างที่นางถ่ม ทำงานอยู่ที่กรุงเทพได้ จส.100 จึงรีบติดต่อไป ทันทีที่นางถ่ม รับสาย จส.100 ได้ลองสอบถามข้อมูลในเบื้องต้นถึงเหตุการณ์เมื่อประมาณ 25 ปีที่แล้ว ข้อมูลหลายอย่างตรงกัน เราเชื่อเกือบ 90 % แล้วว่า นี่ อาจจะเป็นบุคคลที่เราตามหาแน่แล้ว จส.100 จึงรีบติดต่อไปยังนายทหารเรือไทยที่สนามบินอู่ตะเภา สถานที่ฝึก Cobra Gold 2002 ทันทีที่รับทราบข่าวจาก จส.100 นาวาเอกทองคำ จึงรีบแจ้งให้ SSGT.JAY HARPER หัวหน้าของจ่าโทแมททิว ถึงข่าว ที่ จส.100 ได้พบกับมารดาของเขาแล้ว แต่ข่าวนี้ก็ยังไม่รับทราบถึงหูของจ่าโทแมททิวในทันใด ผู้บังคับบัญชาของทหารสหรัฐอเมริกา ต่างดีใจ และได้สั่งการณ์ให้ทหารแยกย้ายไปตามจ่าโทแมททิวมาพบโดยด่วนเพื่อบอกข่าวดี เมื่อจ่าโทแมททิวได้รับทราบข่าวดีที่ตนรอคอยมากว่า 16 ปี ก็รู้สึกดีใจจนทำอะไรไม่ถูก เย็นวันนั้น จส.100 โดยคุณวิไล สมพันธุ ได้สัมภาษณ์สด 2 แม่ลูก ออกอากาศทาง จส.100 โดยที่ทั้งสองได้ยินแต่เสียงซึ่งกันและกัน แต่ก็ยังไม่เข้าใจความหมายกันเท่าใดนัก ทั้งสองทราบว่า พรุ่งนี้ จส.100 จะพามารดาผู้ให้กำเนิดที่จ่าโทแมททิว ตามหาไปพบที่สนามบินอู่ตะเภา คืนนั้น นายทหารเรือของไทยที่ช่วยประสานงานบอกกับเราว่า ท่ามกลางความมืดของสนามฝึก พวกเขาและเพื่อนๆ ได้เห็นนัยตาที่แดงก่ำ มีน้ำตาซึมอยู่ข้างๆ ของทหารนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกา ผู้รอคอยวันพรุ่งนี้มากว่า 16 ปี
21 พฤษภาคม 2545 เวลา 9.00 น.
ด้วยเหตุดังกล่าว ทางสมาคมเด็กกำพร้า จึงแจ้งขออนุญาตบิดา-มารดา ให้มาเซ็นยินยอมมอบบุตรชายให้เป็นบุตรบุญธรรมของ Miss Harriet C Scott , Mr. Danny E Scott สองสามีภรรยาชาวสหรัฐอเมริกา ซึ่งนางถ่มและสามีเดิมก็ยินยอม นางถ่มเล่าว่า เมื่อคืนก่อนที่จะมาพบลูกชายในเช้าวันนี้ ตนเองนอนไม่หลับเลย ไม่คิดว่า ความหวังที่ตนแอบหวังไว้ในใจกว่า 25 ปี จะได้มีโอกาสในวันนี้ เพราะนางถ่ม ได้พบหน้าลูกชายเพียง 11 วันก่อนที่จะนำไปมอบให้ที่ศูนย์ช่วยเหลือ เธอนั่งร้องไห้ ไปเกือบตลอดทาง
นาวิกโยธินสหรัฐอเมริกา มีโอกาสมาเมืองไทยด้วยภาระกิจในหน้าที่ เขาคิดในใจว่า นี่คงเป็นครั้งแรกที่เข้าได้มีโอกาสกลับมาประเทศไทยบ้านเกิด เขา.....หวังที่จะได้สวมกอดแม่ของเขาอีกครั้ง เขา.....หวังว่าซักวันหนึ่งเขาอยากจะมีน้อง วันนี้....ความฝันเขาเป็นจริงจากความตั้งใจ และ.... กระดาษ...สูติบัตรหนึ่งใบ ที่เขาเดินทั่วค่ายทหาร เพื่อขอให้ช่วยตามหาแม่ผู้ให้กำเนิด จ่าโทแมททิว นางถ่ม พูดคำเดียวกัน แต่คนละภาษาว่า ไม่น่าเชื่อ ปาฏิหารย์ สายใจ ความรัก ความผูกพันของแม่ลูก ....มีจริง
จากบรรยากาศที่กระทบกับความรู้สึกของผู้คนที่พบเห็น ทำให้ผู้บังคับบัญชาของจ่าโทแมททิว ได้พิจารณาอนุญาตเป็นกรณีพิเศษ ที่ให้จ่าโทแมททิวลางาน 3 วัน ให้เดินทางไปอยู่กับแม่ที่กรุงเทพฯ โดยคณะผู้ประสานงานฝ่ายทหารเรือของไทย ได้จัดโรงแรมที่พักกลางกรุงเทพมหานคร ให้เป็นที่พักสำหรับครอบครัวของจ่าโทแมททิว
SSGT.JAY HARPER ,นาวาเอกสมภพ สุวิทยาการ,นาวาเอกทองคำ นาคกุญชร,พงษ์สุวรรณ เปี่ยมสุวรรณศิริ
เย็นวันนั้นคณะของ จส.100 ที่เดินทางไปส่งคุณถ่ม หอนงาม ได้ช่วยพา 2 แม่ลูกและคณะมาที่กรุงเทพฯ ซึ่งก่อนจะเข้าที่พักนั้น ทางจ่าแมททิวและแม่ถ่ม ได้เดินทางมาขอบคุณสมาชิก จส.100 ที่ช่วยเป็นกำลังใจให้ทั้งสองได้พบกัน เวลาประมาณ 18.30 น. ณ ห้องส่งสถานีวิทยุ จส.100 ดีเจ คุณวิไล สมพันธ์ ได้สัมภาษณ์สด สองแม่ลูกออกอากาศ ถึงแม้ว่าเย็นวันนั้นจะรถติดทั่วเมืองเนื่องจากฝนตก แต่บรรยากาศที่ผู้ฟัง จส.100 ได้รับฟังการสัมภาษณ์สด ทำให้หัวใจของคนทั่วไป ทราบซึ้งและจดจำอยู่ในจิดใจอกีนานแสนนาน เย็นวันนั้น เขาให้สัมภาษณ์ช่วงหนึ่งว่า " เขาไม่เคยรู้สึกโกรธแม่เลย เพราะเข้าใจว่า แม่ทำไปเพราะความจำเป็น " คืนนั้นหลังจากเสร็จสิ้นการออกรายการสดทางช่อง
9 อสมท. คนทั่วประเทศก็มีโอกาสได้รับรู้ถึงความกตัญญูและความรักของสองแม่ลูกคู่นี้กันทั่วประเทศ
ปละในขณะที่จะรออกอากาศสดอยู่นั้น ท่านรองนายกรัฐมนตรี นายปองพล อดิเรกสาร ซึ่งมาออกอากาศอีกช่วงหนึ่งในห้องรับรอง
ได้กล่าวแสดงความยินดีกับแม่ลูกทั้งสองด้วย
ภาพบรรยากาศแม่พาลูกชายไปไหว้พระที่วัดพระเชตุพน เช้าวันนี้ ภายหลังจากที่จ่าโทแมททิวได้พาแม่และน้องสาวไปรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม ก็ได้ออกเดินทางไปบันทึกเทปรายการโทรทัศน์ และในช่วงบ่าย ทางด้าน SSGT.JAY HARPER ได้ขอร้องสื่อมวลชน ขอให้สองแม่ลูกได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันเป็นการส่วนตัว ซึ่งในบ่ายวันนั้นเองนางถ่ม ได้พาลูกชายและลูกสาวไปไว้พระที่พระที่วัดพระแก้วและวัดพระเชตุพน ช่วงเวลาที่เดินอยู่กับแม่นั้น สิ่งหนึ่งที่สร้างความแปลกใจให้กับแมททิวเป็นที่สุด คือ ทำไมทุกคนต่างรู้จักเขาไปหมด ประชาชนที่พบเห็นต่างเดินเข้ามาขอจับมือ และแสดงความชื่นชมที่แมททิวเป็นลูกกตัญญู
อาหารเย็นสำหรับวันนี้ จ่าโทแมททิวได้พาแม่ไปทานอาหารที่น่ามหาราชริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าพอดี สองแม่ลูกนั่งอยู่ข้างกันและเกี่ยวแขนกันไว้ตลอดเวลา อาทิตย์ลับขอบฟ้าไปแล้ว แต่สองแม่ลูกก็ยังนั่งอยู่เคียงข้างกันอย่างอบอุ่นโดยมีน้องสาวอีกคนนั่งอยู่ข้างๆ ขณะที่คณะของสองแม่ลูกกำลังเดินกลับโรงแรมที่พัก ก็ได้รับโทรศัพท์จากน้องชายอีกคน ชื่อเล่นว่า " สอง " น้องชายต่างบิดาวัย 21 ปี ซึ่งทำงานเป็นเด็กประจำรถทัวร์สายกรุงเทพฯ-อุดรธานี ที่เดินทางมาเยี่ยมมารดาที่กรุงเทพฯ จึงเดินทางไปรับที่สถานีขนส่งสายเหนือแห่งใหม่พร้อมกับแม่ จากนั้นก็พามารดา, น้าสาวและน้อง ๆ ไปร้องเพลงคาราโอเกะ ก่อนจะเดินทางกลับที่พัก 23 พฤษภาคม 2545 ช่วงเช้าของวันนี้ เป็นวันที่แมททิว คุณแม่และน้องๆ เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนแขนงต่างๆสัมภาษณ์ที่โรงแรม จากนั้นเวลาประมาณ 13.30 น. จึงได้เดินทางออกจากโรงแรมที่พัก ไปส่งคุณแม่ที่อาคารพาณิชย์ย่านพระโขนง ที่นางถ่มทำงานเป็นคนงานอยู่
สภาพสถานที่ทำงานและที่พักของนางถ่ม อยู่ในสถานที่เดียวกัน โดยรับจ้างเป็นคนงานทาสีบ้านที่กำลังตกแต่งใหม่ และก็อาศัยนอนอยู่ที่ดังกล่าวเลย ซึ่งสิ้งเดือนนี้ก็จะแล้วเสร็จและก็จะต้องย้ายออกไปพักตามที่ก่อสร้างอื่นๆแล้วแต่หัวหน้าคนงานจะให้ไปทำงานที่ไหน เมื่อจ่าโทแมททิวได้เห็นสภาพที่พักและที่ทำงานของแม่แล้ว ก็ไม่ได้แสดงความรังเกียจแต่อย่างใด ซึ่งแม่ได้พาลุกชายเดินดูสถานที่ทำงานของแม่จนทั่ว ซึ่งก่อนจะลาจากกันนั้น จ่าโทแมททิว ได้พยายามพูดผ่านล่าม เจราจากับแม่ว่า เขาจะช่วยเปลี่ยนงานใหม่ได้หรือเปล่า นางถ่มบอกว่า จะเปลี่ยนทำไม งานนี้ก็ดีอยู่แล้ว เพราะได้อยู่กันทั้งครอบครัว แต่จ่าโทแมททิวก็ยังยืนยันว่าจะช่วยเปลี่ยนงานให้ ถ้าต้องการอยู่กันทั้งครอบครัว ก็จะเปิดร้านอาหารหรือร้านขายของให้ แต่จะเป็นที่ไหนนั้นให้แม่เลือก ซึ่งนางถ่ม ก็บอกว่าได้ แต่ก่อนจะตัดสินใจ คงจะต้องพาลูกชายไปเยี่ยมญาติๆที่ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานีก่อนแล้วจึงจะให้จ่าโทแมททิวเลือกว่าจะไปเปิดร้านอาหารให้ที่ไหน ซึ่งจ่าโทแมททิวก็ตอบตกลงและบอกว่าอีกประมาณ 2 อาทิตย์จะพยายามขอลางานพื่อมารับแม่ไป จ.อุดรธานี่ พร้อมกันนั้นจ่าโทแมททิวยังกำชับให้นางถ่มไปเปิดบัญชีธนาคารไว้ เพราะตนจะส่งเงินมาให้ สองแม่ลูกร่ำลากันอยู่นาน วันนี้ทั้งสองลาจากกันแต่ไม้ได้ลาขาด เพราะสองแม่ลูกต่างรู้ในใจอยู่ว่า จะต้องกลับมาหากันอีกแน่นอน เรื่องราวของสองแม่ลูกที่ได้พบกัน จส.100 ได้ช่วยเหลือจามหาแม่ให้ได้พบลูก ตามที่กองทัพเรือไทยขอความช่วยเหลือมา หน้าที่ของเราได้สำเร็จลุล่วงไปแล้ว ช่วงเวลา 3 วันที่ สองแม่ลูกได้อยู่ด้วยกัน จส.100 เพียงดูแลนางถ่มอยู่ห่างๆ เพราะความรับผิดชอบในส่วนที่เราทำให้ชีวิตของนางถ่มต้องเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว คนทั่งประเทศรู้จักนางถ่ม รายการโทรทัศน์หลายรายการได้ติดต่อนางถ่มและจ่าโทแมททิว ผ่านนายทหารนาวิกโยธินอเมริกัน ( เมเจอร์บราว ) ที่ถูกส่งมาดูแลจ่าโทแมททิวอีกขั้นตอนหนึ่ง ซึ่งทำให้นางถ่มต้องเจออะไรอีกมากมายในชีวิตที่เธอเองไม่เคยรู้จักเลย ก่อนที่เราจะลา เราได้บอกกับนางถ่ม และนายทหารที่ถูกส่งมาดูแลว่า ภาระกิจของ จส.100 ได้จบลงตั้งแต่ทำให้สองแม่ลูกได้พบกัน แต่หลังจากนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างจะขึ้นอยู่ที่การตัดสินใจของนางถ่ม และจ่าแมททิวเท่านั้น เราจะไม่ไปดำเนินการในเรื่องๆที่ไม่จำเป็นและเรื่องที่นางถ่มได้ขอร้องเรามา ซึ่งทางนางถ่มและนายทหารอเมริกันก็เข้าใจมาตั้งแต่ต้น เย็นวันนั้น ทุกคนลาจากกันด้วยความสุข ชีวิตของจ่าแมททิวก็ต้องกลับรับใช้ชาติของเขาต่อไป นางถ่มและลูกๆต่างบิดาอีก 2 คนทำงานที่รับจ้างมาให้แล้วเสร็จ ส่วน จส.100 ก็จะยังคงทำหน้าที่ช่วยเหลือสังคมในส่วนอื่นๆตามภาระหน้าที่ ที่เราได้ประกาศไว้ตั้งแต่เปิดสถานีวิทยุ จส.100 อยู่ต่อไปตราบที่สังคมไทย ยังมีความต้องการน้ำใจจากเพื่อนร่วมชาติ "
จส.100 ด้วยใจ เพื่อสังคม " |