น่าเห็นใจ....มากเลย!!!!!
โดย...คุณแห้ง
“ฮัลโหล ที่นั่นที่ไหนครับ” โทนเสียงที่ได้ยินผ่านหูโทรศัพท์เบามาก ดิฉันจึงบอกเขาไปว่า “ไม่ค่อยได้ยินเลยค่ะพูดดังอีกนิดนึงได้มั๊ยคะ”
“พูดดังไม่ได้ครับ เค้านอนกันหมดแล้ว”
ถึงประโยคนี้ ฉันนึกขึ้นได้ทันทีเพราะ เวลาที่เรากำลังสนทนากันอยู่นั้นก็ปาเข้าไปตี2กว่าแล้ว
ใครที่ไหนก็คงนอนหลับกันหมดแล้ว คิดได้ดังนั้น ฉันก็เลยเลิกเซ้าซี้ที่จะให้เขาปรับความดัง “ได้ยินหรือยังครับ” “ค่ะ ค่ะ” ในเมื่อเขายืนยันที่จะคงความดังเท่าเดิม ฉันก็เลยเพิ่มความตั้งใจในการฟังมากยิ่งขึ้นอีก
“เอ่อ คือว่าผมมีปัญหาสุขภาพน่ะ แล้วเมื่อสักครู่ ผมโทรไป191 เค้าให้เบอร์1137ผมมา
เออ...1137 นี่ที่ไหนหรือครับ”
“จส.100 ค่ะ”
“จส.100 คืออะไรครับ” เอาล่ะสิ ถึงตรงนี้ฉันก็เริ่มหวั่นๆ เพราะไม่แน่ใจว่าสายที่โทรเข้ามานี้มีเจตนาจะป่วนหรือเปล่า ถึงได้พูดจาแปลกๆชอบกล แต่ด้วยหน้าที่ฉันจึงคงดำเนินบทสนทนาต่อไปว่า
“จส.100 ก็คือ สถานีวิทยุข่าวสารและการจราจรค่ะ”
“อ้าว อย่างนี้ก็ไม่เกี่ยวกับสุขภาพเลยน่ะสิ”
“แล้วคุณมีปัญหาอะไรหรือคะ ลองเล่าให้ฟังก่อน เผื่อว่าจะสามารถช่วยเหลือกันได้นะคะ (ฉันเริ่มแน่ใจว่าเขาไม่รู้จักจส.100มาก่อน ส่วนเขาก็คงรู้สึกว่าทำไมตำรวจถึงให้เขาโทรมาปรึกษาที่จส.100 แต่ฉันกลับคิดว่าแม้ว่าเราจะไม่สามารถช่วยเขาได้โดยตรง แต่อย่างน้อยฉันก็ยินดีที่จะให้คำแนะนำได้เหมือนกัน)
คำพูดของฉันได้ผล เขายินดีเปิดเผยเรื่องราวสุขภาพของเขาออกมา
“คือ ผมมีพยาธิแล้วผมก็ไปหาหมอมาแล้ว2ที่ แต่หมอเขาตรวจไม่เจอเขาบอกว่าผมไม่ได้เป็นอะไร”
ฉันเริ่มงง เพราะขนาดหมอยังไม่สามารถตรวจพบได้แล้วฉันจะทำอย่างไรดีล่ะ
“เอ่อ ไหนคุณลองเล่าอาการให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ”
“ก็ผมน่ะรู้ว่าตัวเองมีพยาธิอยู่ มันจะไชที่ก้น ผมรู้สึก แต่ทางการแพทย์เขาตรวจไม่เจอ ผมไม่เข้าใจว่าเป็นเพราะอะไร”
ฉันเห็นด้วยเพราะถ้าเขามีอาการแล้วตรวจไม่เจอ ก็คงต้องกลุ้มอกกลุ้มใจเป็นธรรมดา “แล้วคุณได้บอกหมอหรือเปล่าคะ เกี่ยวกับอาการเหล่านี้”
“บอกแล้ว แต่เขาบอกว่าไม่มี คิดดูสิผมเปลี่ยนหมอมา2ที่แล้วนะ ทั้งสองที่ก็ตรวจไม่เจอ
แต่... เขาบอกว่าผมเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ ”เออย่างนี้ ลองเปลี่ยนที่รักษาอีกครั้งหนึ่งดีไหมคะ”
“ไม่มีทางหรอก วิธีทางการแพทย์ไม่สามารถรักษาผมได้ ผมรู้ตัว”
“แล้วคุณลองกินยาถ่ายพยาธิหรือยังคะ”
“กินแล้ว ผมกินมาหมดทุกอย่างแล้ว เนี่ยผมจะลองกินยาฆ่าแมลง บางทีมันอาจจะห้าสิบห้าสิบ ผมคิดว่าถ้ากินย่าฆ่าแมลงมันจะต้องตายแน่เลย”
ฉันเริ่มงงหนักกว่าเดิม เพราะถ้าเขาคิดจะกินยาฆ่าแมลงแล้วล่ะก็ พยาธิก็พยาธิเถอะมันก็คงไม่รอดแน่ และที่แน่ๆ อีกอย่างด้วยก็คือชีวิตนี้เจ้าพยาธิคงไม่มีโอกาสรบกวนเขาได้อีกต่อไป ถึงตอนนี้ฉันเริ่มไม่แน่ใจว่าควรจะเชื่อใครดีระหว่างหมอกับคนไข้รายนี้
เพราะฉันก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ จากคำตอบของเขาด้วย
และอีกอย่างก็คือ เท่าที่ฉันรู้มาอาการย้ำคิดย้ำทำ เป็นอาการอย่างหนึ่งที่เข้าข่ายความผิดปกติทางจิต ทำอย่างไรดีล่ะ (ฉันคิดอยู่ในใจ)
เอาอย่างนี้ดีกว่า เผื่อบางทีหนามยอกต้องเอาหยามบ่ง ก็ดูขนาดเขายังคิดจะใช้วิธีนี้แบบนี้เลย เอาล่ะฉันจะลองใช้วิธีนี้ดูบ้าง
“ก็ถ้าคุณกินยาฆ่าแมลงเข้าไปล่ะก็ รับรองว่าตายแน่นอนค่ะทั้งคุณทั้งพยาธิ แล้วคุณคิดไม่คิดหรือคะว่าชาติหน้ามันก็อาจจะตามไปอยู่ในตัวคุณอีกก็เป็นได้ คุณหนีมันไม่พ้นหรอก” ที่จริงฉันคิดว่าคำพูดของฉันมันอาจจะฟังดูไม่เข้าท่าสักเท่าไหร่ แต่ทำไงได้ก็ตอนนี้มันเข้าตาจน เป็นไงก็เป็นกัน ต้องลองดูก่อนล่ะ
“โธ่พี่ ไม่มีทางหรอก ถ้าผมตาย ชาติหน้ามันก็ไม่มีแล้ว...”
“อ้าว ก็ไม่แน่นะคะ ใครจะไปรู้ มันอาจจะรักคุณมากก็เป็นได้ เพราะลักษณะที่คุณเป็นดิฉันยังไม่เคยเห็นใครเขาเป็นมาก่อนเลย”
“มีนะ คนแถวบ้านผมน่ะเขาก็เป็นกัน”
“คุณรู้ได้อย่างไรว่าเขาเป็นเหมือนคุณน่ะ”
“ก็..หน้าตาคนพวกนั้นก็เปลี่ยนไป” ฉันงงมาก โรคพยาธิแบบนี้ ถึงกับทำให้เราหน้าตาเปลี่ยนไปได้ด้วยหรือ ไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยในชีวิตนี้ ให้ตายเถอะ
“ตกลง คุณเป็นโรคอะไรกันแน่คะเนี่ย แล้วคุณหน้าตาเป็นยังไงล่ะ”
“ผมเหรอ......ผมหล่อนะ (ฟังดูขบขันอยู่ในคำพูดนั้น) แต่เดี๋ยวนี้มันเปลี่ยนไป ผมไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้วนะ ผมอยากตายมากเลย เนี่ยผมกินเหล้าทุกวันเลย เพราะผมกลุ้มใจมากนอนก็ไม่หลับ(ถ้าหลับคงไม่โทรมา) “คุณเป็นอย่างนี้มานานหรือยัง”
“ก็ประมาณปีกว่าๆ แล้วล่ะ”
“แล้วอาการย้ำคิดย้ำทำล่ะคะ เป็นมานานหรือยัง”
“ก็ประมาณเดียวกัน” “เอ่อ...ลองสมมุติตามที่หมอวินิจฉัยนะคะ ถ้าเกิดคุณเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำจริงนะอาการที่คุณเป็นนั้นอาจเกิดจากสาเหตุทางจิตก็เป็นได้ เพราะคุณเชื่อว่าคุณมีพยาธิอยู่ แต่จริงๆแล้ว คุณอาจจะไม่มีพยาธิก็เป็นได้ คุณลองปรับเปลี่ยนทัศนคติของคุณดูนะ ลองคิดดูว่าคุณไม่ได้เป็นอะไรคุณไม่ได้มีพยาธิ คุณปกติดี แล้วดูสิว่า คุณยังมีอาการแบบเดิมอยู่หรือเปล่า”
“โธ่ ผมเคยลองมาหมดแล้ว ยาถ่ายพยาธิก็กินมันมาทุกอย่างแล้ว ลองคิดแบบนี้ก็เคยคิดแล้ว แต่มันก็ยังรู้สึก พี่พูดแบบนี้แปลว่าพี่ไม่เชื่อผมใช่มะ ผมน่ะเคยจับมันได้ด้วยนะ แต่มันเอาไม่ออก เพราะมันโผล่ออกมาแค่นิดเดียวเอง ผมหงุดหงิดมากเลยนะทุกวันนี้”
ฉันคิดว่าอาการที่เขาเป็นอยู่นี้ สมควรที่จะให้คุณหมอเป็นผู้ดูแลจะดีที่สุด จึงให้คำแนะนำไปว่า “คุณลองเปลี่ยนหมอรักษาดูอีกที่น่าจะดีกว่านะคะ”
“แต่...ผมติดขัดเรื่องเงิน คือผมไม่มีเงินน่ะ”
ฉันเริ่มเข้าใจว่านี่คงเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่เขาต้องเผชิญในเวลานี้
“แต่ถ้าไม่มีเงิน ก็ไม่ควรทานเหล้านะคะ เพราะมันจะยิ่งทำลายสุขภาพมากขึ้น”
“ไม่ ผมต้องกิน ไม่อย่างนั้นผมนอนไม่หลับ"
เอ๊...หรือว่าจะไป........ ถึงตอนนี้ฉันเริ่มเห็นสัจธรรมแล้วว่า บทสนทนาระหว่างเราแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย ด้วยประโยคสุดท้ายที่น้องชายคนนี้ทิ้งท้ายไว้ให้ฉันได้กระจ่างว่า
!!!เดี๋ยวผมไปเล่นยาบ้าอีกดีกว่า จะได้หายเครียด!!!