เรื่องเศร้า ๆ ของผู้ชายคนหนึ่ง
   
   
โดย…คุณแห้ง
   
    เหตุการณในเย็นวันหนึ่งที่ฉันยังคงจำได้ดี เป็นวันที่ฉันไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะทำให้ผู้ชายคนหนึ่งหลั่งน้ำตาออกมาได้อย่างไม่ยั้ง
"สวัสดีค่ะ" ฉันพูดหลังจากที่กดยกหูขึ้นมา
"เอ่อ ผมมีเรื่องจะให้ช่วยหน่อย" เขาเริ่มประโยคสนทนาตามมา
คะเนจากน้ำเสียงเขาก็คงไม่รู้จะเริ่มเรื่องยังไง ส่วนฉันก็ยังนึกไม่ออกว่าเขามีเรื่องอะไรจะให้ช่วย
"คือ...อย่างนี้นะ ผมมีเรื่องเดือดร้อนมากเลยล่ะ" น้ำเสียงดูเดือดดาลเล็กน้อย;
"ค่ะ มีอะไรหรือคะ" ฉันถามต่อเพราะก็เริ่มอยากรู้เหมือนกันว่ามีอะไรเกิดขึ้น
"ถนนบางนาตราดนะคุณ มีร้านชื่อว่าร้าน...........น่ะ เปิดคาราโอเกะเสียงดังมาก บ้านผมอยู่แถวนั้นน่ะ หนวกหูมากเลยคุณ ชาวบ้านแถวนั้นน่ะก็รำคาญกันมาก
ผมนะเคยไปแจ้งที่โรงพัก........ ปรากฎว่าไงรู้มั๊ย";
ถึงตรงนี้ฉันพอคาดเดาได้ว่าเขาคงมีปัญหากับทางร้านนี้เป็นแน่ เอาล่ะงั้นฟังต่อไปสิว่าคุณตำรวจจะไปช่วยอะไรเขาได้บ้างหรือเปล่าเนี่ย
"ร้านนี้เค้ารู้กันกับทางตำรวจ คุณรู้มะ ผมเคยเข้าไปสืบดูนะ เวลาตำรวจมานะเขาก็ทำเป็นปิดข้างล่างให้มันเงียบ แต่ข้างบนนะยังเปิดอยู่ แล้วทีนี้พอจะขึ้นไปตรวจนะ เขาก็มีการวอให้รู้ตัวกันก่อน พอขึ้นไปก็ปิดทุกอย่างเรียบร้อย คุณดูสิเค้าทำน่าเกลียดมาก"
ฉันเริ่มเห็นด้วยถ้าเรื่องที่เขาเล่ามามันเป็นความจริง และก็ดูน่าจะจริงอย่างนั้นเสียด้วย ที่ฉันคิดว่าน่าจะเป็นไปได้ก็เพราะเคยมีประสบการณ์ตรงกับพวกตู้คาราโอเกะที่แสนจะน่าหนวกหูนี่เหมือนกัน และที่สำคัญจะไม่ให้ฉันเชื่อได้อย่างไรล่ะ ก็เขาอุตส่าห์หวังพึ่งพาตำรวจให้จัดการแต่ก็ยังไม่รับการช่วยเหลือ ตัวเองก็ลงทุนลองเข้าไปเที่ยวในร้านที่ว่านี้ด้วยด้วยตัวเอง แสดงให้เห็นว่าเขาก็พยายามเต็มที่แล้วเหมือนกัน ฉันเลยเริ่มรู้สึกว่าเรื่องของเขามันน่าเดือดร้อนเสียจริงเชียว
"คิดดูนะคุณ ลูกสาวผมน่ะแกนอนไม่หลับมาเป็นเดือนๆแล้วนะ ผมสงสารแกมากเลยไม่รู้จะทำยังไงดีแล้วนะ" พร้อมกับคำพูดประโยคนี้เขาก็ร้องไห้โฮออกมาเลย
ฉันไม่เคยได้ยินคนที่โทรมาแล้วจะมีความอัดอั้นตันใจขนาดผู้ชายคนนี้เลย ;
คาดเดาได้เลยว่าเรื่องที่ทำให้เขาทุกข์ใจมากในเวลานี้คงไม่มีเรื่องใดหนักหนาสาหัสไปมากกว่าเรื่องนี้อีกแล้วล่ะ ฉันฟังแล้วรู้สึกเห็นใจเขาเป็นอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันฉันก็คิดหาวิธีการพูดที่จะทำให้เขาสามารถสนทนากับฉันได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องพักไปซับน้ำตากันเสียก่อน;
คิดได้ดังนั้น ฉันจึงพูดออกไปว่า "คุณคะ คุณ....(ชื่อเขา) ใจเย็นๆก่อนนะ"
"คุณไม่ต้องปลอบใจผม"
"อ้าว.....เป็นงั้นไป " (ฉันแอบคิดในใจ)"คุณส่งนักข่าวของคุณมาเลยดีกว่า ฟังนะคุณอย่าเชื่อผม ผมบอกได้คำเดียวคุณอย่าเชื่อผม คุณให้นักข่าวของคุณมาดูเองเลยดีกว่าว่ามันเป็นอย่างที่ผมพูดจริงหรือเปล่า
(ขณะทีเขาพูดนี้ยังมีเสียงสะอึกสะอื้นปนอยู่ด้วยตลอดเวลา) "คุณคะ แล้วร้านนี้มันอยู่ที่ไหนคะ" ฉันซักเพราะต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานที่ตั้งร้านนี้
เขาบอกรายละเอียดมาไม่มาก แต่เขาบอกกับฉันว่าตำรวจแถวนี้ต้องรู้จักร้านนี้เป็นอย่างดีแน่นอน
ฉันได้แต่รับฟังเรื่องราวของเขาไว้ เพราะอันที่จริงฉันก็ตระหนักดีว่า บางครั้งเราก็เหลือแค่ ความเป็นคนตัวเล็กๆที่ไม่สามารถไปต่อกรกับผู้มีอำนาจบาตรใหญ่ในบ้านนี้เมืองนี้ได้
จึงได้แต่หวังว่า ผู้ใหญ่ในบ้านเราคงจะไม่ลืมภาระและหน้าที่ที่สำคัญต่อประชาชน และไม่ลืมว่าพวกเขาคือผู้ที่เสียภาษีให้แก่ท่านทั้งหลายบนแผ่นดินนี้เหมือนกัน
เรื่องนี้ จส.100 ได้ประสานงานไปยังสถานีตำรวจที่รับผิดชอบโดยตรง
ร้านดังกล่าวก็เงียบเสียงไปเพียงไม่กี่วัน หลังจากนั้นก็ยังคงมีผู้ร้องเรียนกลับเข้ามาเหมือนเดิม ??????????
****************************************************************************************************